การเป็นหัวหน้ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

คนทำงานหลายๆ คนล้วนแล้วแต่อยากได้ขยับขยายขึ้นมาเป็นหัวหน้า ทั้งนั้น แต่เมื่อวันหนึ่งที่ได้ขึ้นมาเป็นแล้ว อาจพบว่าการเป็นหัวหน้ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไหนจะงาน ความคาดหวัง ความรับผิดชอบของตัวเองที่มากขึ้น ยังมีเรื่องของการบริหารงาน จัดการดูแลลูกน้องอีกด้วย

อริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท SEAC กล่าวว่าในความเป็นจริง การเป็นหัวหน้าที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นบุคคลที่เก่งเฉพาะในงานของตนเอง หรือที่เรียกว่ามีทักษะทางเทคนิค เท่านั้น แต่ทักษะในการบริหารคน เป็นอีกทักษะหนึ่งที่สำคัญและมักจะเป็นปัญหาของหัวหน้างานในทุกวันนี้  เชื่อว่าไม่มีหัวหน้าคนไหนต้องการลูกน้องที่ไม่ทำงาน หรือที่ไม่มีผลงาน หัวหน้าทุกคนอยากได้ลูกน้องที่สามารถผลิตผลงานให้ได้ตามเป้าหมายหรือดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดทั้งสิ้น แต่หัวหน้างานก็ไม่สามารถเลือกทำงานเฉพาะกับลูกน้องเก่ง ๆ เท่านั้น และเมื่อพูดถึงขึ้นคน ย่อมมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายความคิด หัวหน้าหลายคนมักจะบ่นว่าการบริหารผลงานของคนยากกว่าบริหารงานที่ตัวเองรับผิดชอบเสียอีก เพราะลูกน้องแต่ละคนจะมีบุคลิกลักษณะหรือนิสัยที่หลากหลายรูปแบบแตกต่างกัน

ดังนั้นศิลปะในการบริหารผลงานของลูกน้องจึงเป็นเรื่องที่หัวหน้าต้องใช้เทคนิค และวิธีการที่ต่างกันสำหรับคนแต่ละคน ในสถานการณ์แต่ละสถานการณ์ ต้องทำความเข้าใจถึงแบบฉบับของลูกน้องแต่ละคน หัวหน้าที่ดีต้องบริหารลูกน้องอย่างเข้าใจ ต้องรู้จักนิสัยใจคอ พื้นฐานจิตใจ ความละเอียดอ่อนไหวของลูกน้องแต่ละคน อีกทั้งต้องรู้ว่าในสถานการณ์ที่แตกต่าง กับลูกน้องแต่ละคนต้องมีการเลือกวิธีและดีกรีการพูดที่เหมาะสม บางคนอาจต้องใช้ความนิ่มนวลมากกว่าปกติ บางคนชอบแบบตรงไปตรงมา หรือบางคนแค่แสดงออกด้วยสีหน้าท่าทางว่าผิดหวังก็เพียงพอแล้ว เทคนิคเรื่องการบริหารผลงานของลูกน้องหลายสไตล์ ตามแต่สถานการณ์นั้นมีหลากหลาย แต่ที่อยากแนะนำคือ

1.วางแผนผลงาน สิ่งแรกที่หัวหน้าจะต้องดำเนินการก่อนอย่างอื่นเลยในการบริหารผลงานของลูกน้อง ก็คือ การวางแผนผลงานร่วมกับลูกน้องของตน โดยวางแผนว่า ลูกน้องแต่ละคนจะต้องสร้างผลงานอะไรบ้างในแต่ละปี ซึ่งโดยทั่วไปอยากแนะนำว่าถ้าผลงานเรื่องใดสามารถที่จะกำหนดตัวเลขที่วัดได้ชัดเจน เราก็มักจะกำหนดเป็นตัวเลข ที่เราเรียกกันว่า ตัวชี้วัดผลงานนั่นเอง ในการวางแผนผลงานที่ดีนั้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องกำหนดตัวชี้วัดผลงานให้ได้ และให้ได้ดี แต่เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องมากกว่า

2.วินิจฉัยลูกน้อง ทบทวนผลงาน สอนงาน สร้างแรงจูงใจ หลังจากที่วางแผนผลงานเรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนี้ลูกน้องแต่ละคนก็จะรู้ตัวเองแล้วว่า ตนเองจะต้องสร้างผลงานอะไร อย่างไร และเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดร่วมกับหัวหน้าของตนเอง หัวหน้าเองก็ต้องทำหน้าที่ในการบริหารผลงานลูกน้อง ต้องพิจารณาว่าลูกน้องของตนเองแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้วางแผนในการบริหารผลงานว่าจะต้องเข้าหาและมีวิธีการพูดคุย และบริหารจัดการอย่างไรดี เพื่อให้แต่ละคนสร้างผลงานออกมาให้ได้

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะใช้เทคนิคไหน วิธีการใดในการบริหารงานลูกน้อง หัวหน้าต้องไม่ลืมตรวจสอบผลงานของลูกน้องว่าไปถึงไหนแล้ว มีปัญหาอะไรบ้าง ต้องสอนงาน ให้คำแนะนำในการทำงาน เพื่อให้ลูกน้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าหมาย ต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นกับลูกน้อง