June 3, 2018

ทำอย่างไรให้ลูกน้องอยู่นานๆ

เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นผลจากการทำงานหรือเรื่องส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันความเครียดก็เป็นเหตุที่ทำให้การทำงานของคุณไม่ราบรื่น และชีวิตไม่มีความสุขได้ อริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท SEAC บอกว่าหลายคนสามารถรับมือกับความเครียดนั้นได้อย่างไม่ติดขัด แต่ในทางกลับกัน ความเครียดก็อาจทำให้อีกหลายๆ คน รู้สึกหมดไฟในการทำงาน และมีผลต่อเนื่องไปยังบุคคลใกล้ชิด แท้จริงแล้ว อาการต่างๆ เช่น หดหู่ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน หงุดหงิด ก้าวร้าว ร่างกายอ่อนแรง ไม่มีสมาธิ เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงภาวะซึมเศร้าได้อย่างชัดเจนเสียทีเดียว แต่อาจจะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout) ในการทำงาน

 

Burn-Out คือ การทำงานหนักมากเกินไปและไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อนจนเกิดอาการ เช่น สมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับ หมดเรี่ยวแรง หมดพลังนั่นเองเหมือนเครื่องยนต์ที่วิ่งไม่หยุดจนทำให้เครื่องร้อนจนหม้อน้ำเดือด ทำงานจนหมดพลัง ไม่มีประจุเก็บไว้ใช้งาน เมื่อคนเราทำงานมากกว่าสัดส่วนของการพักผ่อนก็เกิดอาการนี้ได้ คือเราควรทำงานแล้วพัก สมองก็จะได้พัก ได้ขจัดเมตาบอลิซึ่มของเสียต่างๆ ออกไป หมุนเวียนเอาวัตถุดิบใหม่เข้ามา

 

หากดูในรายละเอียดจะพบได้ว่าภาวะ Burn-out ในบุคคลทำงาน มักเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยร่วมกันไม่ว่าจะเป็นทำงานที่เคร่งเครียดและกดดันเป็นเวลานานจนเกินไป รับผิดชอบทำงานในส่วนที่ตนเองไม่ได้มีความรักและปรารถนาที่จะทำ ขาดความถนัด หรืองานมีลักษณะน่าเบื่อ ขาดความท้าทาย ไม่ได้รับความใส่ใจ การยอมรับ องค์กรขาดความมั่นคง เป็นคนที่ยึดติดความสมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานในการทำงานสูงจนเกินไป ไม่ยืดหยุ่น หรือนอกเหนือจากการทำงานแล้ว ยังมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวหรือสิ่งอื่นๆ โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอ ทุกวันนี้การหาคนเก่งๆ มาทำงานเป็นความท้าทายสำหรับทุกองค์กร แล้วองค์กรสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อจูงใจคนทำงานไม่ให้เกิดอาการ Burn-out นี้และคิดย้ายงาน

 

  1. ปรับสภาพแวดล้อม เพราะสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของพนักงาน หากองค์กรมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ก็จะยิ่งช่วยทำให้พนักงานเกิดความพึงพอใจในการทำงาน สามารถทำผลงานให้ออกมาดียิ่งขึ้น
  2. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร การพูดคุยและประสานงานในแต่ละหน่วยงานล้วนมีผลมาจากความสัมพันธ์ ดังนั้นหากทุกคนในองค์กรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน ทำให้พนักงานลดความเครียด ความกังวลได้
  3. จัดสรรปริมาณงานให้เหมาะสม แม้ว่าคุณจะเชื่อว่าบางคนเก่งกว่าคนอื่น มีความสามารถพิเศษในเรื่องบางเรื่องมากกว่าคนอื่น แต่อย่าลืมว่าเขาก็เป็นคนธรรมดา อย่าพยายามเพิ่มงานให้จนเกินความสามารถที่เขาจะรับได้ ทั้งนี้การจัดสรรปริมาณงานให้เหมาะสมนอกจากนะช่วยแบ่งเบาภาระ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ได้ฉายแววอีกด้วย

เพราะทุกคนต้องประสบกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ เรียนรู้ที่จะรับมือกับความเครียดนั้น และรู้จักปล่อยวาง