June 28, 2019

นิสัยของผู้ประกอบการที่แสวงหาความสำเร็จ

เมื่อไม่นานมานี้ พึ่งมีข่าวเรื่องการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2019 โดยการจะกลายเป็นนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ นอกเสียแต่ว่าคุณจะเกิดมาเป็นทายาทมหาเศรษฐี การเป็นเศรษฐีมันต้องใช้เวลาหลายสิบปีที่จะบรรลุความสำ เร็จในฐานะเจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการจะต้องทำงานให้หนักและมีความมุ่งมั่นด้านพฤติกรรมทั้งเรื่องมุมมอง ความคิด และกระบวนการทำงาน

อริญญา เถลิงศรี Chief Capability Officer- SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้น แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เพราะว่าการจะเริ่มธุรกิจใหม่ได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย และต้องรับมือกับความท้าทายจำนวนมากเป็นเวลานานๆ ดังนั้นความตั้งใจและการมีวิสัย ทัศน์ที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย แต่แค่สองสิ่งนี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะนำพาธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้

ส่วนหนึ่งนั้นอาจพูดได้ว่าการศึกษาและการเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ประกอบการหรือเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จอาจ สามารถช่วยให้คุณพัฒนาวินัยและนิสัยที่จะพัฒนาสู่ผู้ประกอบการในระดับที่เหนือขึ้นกว่าเดิม และนี่คือพฤติกรรมของผู้ประกอบการเศรษฐีที่คุณสามารถเรียนรู้เพื่อการก้าวหน้าของตัวคุณเอง ซึ่งผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในระยะยาว อย่าง Howard Schultz จาก Starbucks และ Steve Jobs จาก Apple นั้น ล้วนแล้วแต่มีนิสัยและวิธีการที่คล้ายๆ กันตามลักษณะนิสัยเหล่านี้ด้วย

1. ไม่ยอมแพ้และไม่ท้อถอย

คุณสมบัติข้อนี้เห็นได้ชัดในผู้ประกอบการหรือคนที่ประสบความสำเร็จลักษณะ Self-Made คือไม่ได้เกิดมารวย หรือไม่ได้เกิดมาเก่ง โดยสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับให้ได้ในการทำธุรกิจก็คือ จำนวนคนที่ล้มเหลวนั้นมีมากยิ่งกว่าคนที่ประสบความสำเร็จเสมอ นั่นเป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้นยอมแพ้เร็วเกินไป ผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ส่วนมากมักเคยล้ม เหลวมาก่อนแต่พวกเขาไม่เคยยอมแพ้

2. เรียนรู้จากความผิดพลาด

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักจะเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ พวกเขาจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแทนที่จะพยายามโทษคนอื่น รวมทั้งไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเองและธุรกิจ อย่าง Howard Schultz ที่ถึงแม้บริษัท Starbucks จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยหยุดเรียนรู้และพัฒนาตนเองเลย การกลัวความล้มเหลวเป็นสิ่งที่จะได้รับกลับมาหลังจากได้กลายเป็นเศรษฐี ผู้ประกอบ การที่ประสบความสำเร็จต้องไม่กลัวที่จะก้าวออกไปเพื่อพบกับความเสี่ยงใหม่ เพราะพวกเขารู้ดีว่าความล้มเหลวเป็นกระบวนการของการเรียนรู้ ไม่ใช่การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการลงทุนของพวกเขา

3. มีกลยุทธ์ที่ดี

Comfort Zone นับว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของคนที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อรายได้บริษัทกำลังไปได้สวย ผู้ประกอบการจำนวนมากก็จะทำการขายสินค้าชิ้นนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะขายไม่ได้ หรือมีคู่แข่ง แต่ Steve Jobs กลับไม่คิดแบบนั้น เขาจะสั่งยกเลิกการผลิตของสินค้าที่ขายดีที่สุดของเขาทุกสองถึงสามเดือน เพื่อที่จะรักษาโม เมนตั้มและภาพลักษณ์การเติบโตของ Apple ไว้ วิธีแบบนี้เป็นอะไรที่เสี่ยงแต่ส่งผลดีกับบริษัทในระยะยาว

นอกจากนั้นผู้ประกอบการที่ร่ำรวยจะรู้ว่าพวกเขากำลังทำงานเพื่ออะไร พวกเขามีกรอบเวลาที่ชัดเจนแนบมาด้วยความฝัน พวกเขาจะรู้ว่าจะต้องทำอะไรในอาทิตย์ต่อไป เดือนต่อไป หกเดือนต่อไป หรืออีก 5 ปีถัดไป เป็นต้น นี่คือการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีและชัดเจน การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการกำหนดเป้าหมายลงในขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจน และกำหนดเป้าหมายเหล่านั้นร่วมกันกับผู้สนับสนุนการร่วมลงทุน โดยร้อยละ 78 มีโอกาสที่คุณจะบรรลุเป้าหมายมากกว่าเพียงแค่คิดลอยๆ

4. โฟกัสเฉพาะวิธีการที่ดีที่สุด

สตาร์ทอัพทั่วไปมักจะมองหาแต่วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่คำนึงถึงผลเสียในระยะยาวและไม่ได้มองถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้นจะคำนึงถึงผลลัพธ์ของวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาวแทนที่จะเลือกใช้วิธีง่ายๆ แก้ปัญหา ซึ่งจะเพิ่มปัญหาให้กับบริษัทในภายหลังได้

5. เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

มีความจริงอย่างหนึ่งที่บอกว่า“ความสำเร็จของธุรกิจนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักใคร” จงเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือบริษัทคู่แข็งของเราก็ตาม รักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ เพราะในอนาคตไม่แน่อาจจะมีโอกาสได้ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา จุดเริ่มต้นของการเน็ตเวิร์คคือการก้าวออกจากสิ่งที่เรียกว่า comfort zone ของตนเองหรือคือขอบเขตที่เรากำหนดขึ้น มีความคุ้นเคยสบายใจในขอบเขตนี้จนปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงจะก้าวออกมา เพราะหากคุณสามารถเปิดใจทำความรู้จักและรับฟังผู้อื่นอย่างจริงใจ สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตัวคุณและธุรกิจของคุณอาจตามมาโดยที่คุณไม่อาจทราบก็ได้

นอกจากนั้นผู้ประกอบการที่ดีนั้นจะเลือกเพื่อนร่วมงานที่เก่งและมีความสามารถ ไม่ว่าเขาจะมีปัญหาอะไรเขาก็รู้ว่าปัญหาแบบนี้ควรจะไปปรึกษาใคร สังคมที่เขาอยู่ก็เป็นสังคมที่มีแต่คนคิดใหญ่และคิดบวก เพราะเหตุนี้มันถึงทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้ไกลและมั่นคง

6. อย่ากลัวที่จะทำงานหนักและนานกว่าคนทั่วไป

ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องใช้เวลาทำงานนานกว่าคนทั่วไป แต่พวกเขาทำงานได้มากกว่าคนอื่นโดยวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง พวกเขาจะรู้ว่าควรจะโฟกัสที่อะไรก่อนและมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองทำและยังทำงานแบบเสมอต้นเสมอปลายอีกด้วย Gary Vaynerchuk ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายสังคมและนักเขียนหนังสือขายดี เขาชี้ให้เห็นว่าไม่มีใครได้รับความมั่งคั่งอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องใส่ใจกับการทำงานอย่างจริงจัง

7. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

Satya Nadella แห่ง Microsoft กล่าวว่า “ผมเป็นคนที่เรียนรู้ตลอด ผมจะได้รับพลังงานจากคนที่ประสบความสำเร็จ เวลาเห็นคนอื่นพัฒนาอะไรสักอย่าง ไม่ว่ามันจะเล็กขนาดไหน สิ่งเหล่านั้นมันทำให้ผมหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ ผมมักจะซื้อหนังสือมากจนอ่านไม่หมด สมัครเรียนคอร์สออนไลน์มากเกินเวลาที่มี ผมว่าสิ่งเหล่านี้แหละเป็นพลังชั้นดีให้กับการทำงาน ไม่ใช่แค่ผมแต่สำหรับทุกคน เพราะสินค้าและบริการก็มาจากความรู้ที่คุณมีทั้งนั้น”

คนยิ่งเก่งเท่าไหร่ ยืนอยู่ในจุดที่สูงขึ้นไปเท่าไหร่ ยิ่งทำให้มีโอกาสที่อัตตาของเขาจะเต็มเปี่ยม เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุดแล้ว เมื่อนั้นคุณจะหยุดเรียนรู้ ในอีกมุมหนึ่ง การเรียนรู้แบบไม่สิ้นสุด จะทำให้คุณพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในขณะที่การไม่เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเลย จะทำให้คุณกลายเป็นคนล้าสมัย และติดกับโลกเก่าๆ ของตัวเอง