June 19, 2019

ผิดเยอะเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าผิดเป็น

ในโลกแห่งการทำงานที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรง และคาดเดาได้ยากเช่นในปัจจุบัน แน่นอนว่าเรื่องของความเร็วเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่ได้มาจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี หรือความรวดเร็วในการคิดวิเคราะห์ คาดการณ์สถานกาณ์ และลงมือทำก่อนคนอื่น

อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องความเร็วกลายมาเป็นปัจจัยชี้ชะตาต่อความสำเร็จในการทำงานในหลายๆ ครั้ง แน่นอนว่าเรื่องความความล้มเหลวหรือการทำพลาดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เป็นที่น่าดีใจว่าองค์กรหลายๆ แห่งเริ่มเห็นความสำคัญและเปิดโอกาสให้กับความล้มเหลวอย่างมากมายเพราะเชื่อว่าคนที่พลาด ที่ล้มเหลวคือคนที่ลงมือทำเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม คนที่ไม่เคยพลาดคือคนที่ไม่ได้ลงมือทำ ไม่กล้าลอง หรือกลัวความผิดพลาดจึงขาดในเรื่องประสบการณ์ที่หลากหลายบริษัทต่างมองหา

ในเชิงทฤษฎี กระบวนการคิดที่กำลังอยู่ในสมัยในนิยมอย่าง Design Thinking นั้นมองว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ และเราทุกคนสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นๆ ได้ เรานำเอาบทเรียนที่ได้จากความล้มเหลวมาพัฒนาได้ อย่างไรก็ตาม Design Thinking มองว่าถ้าเราจะล้มเหลวเราควรล้มเหลวให้เร็วที่สุด (Fail Fast) ดังนั้น Design Thinking จะใช้วิธีการในการแก้ปัญหาแบบ “ลงมือทำ” หรือ “Just Do It” แทนที่จะต้องใช้เวลาไปกับการวางแผนอย่างยาวนาน เพื่อสามารถนำ Feedback ที่เราได้เรียนรู้ไปปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว

หากลงรายละเอียดไปมากกว่านั้น ความผิดพลาดออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันใหญ่ ๆ คือ ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น, ความผิดพลาดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และ ความผิดพลาดที่พัฒนาได้

ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ส่วนมากมักเกิดมาจากตัวบุคคล ซึ่งสามารถตักเตือน หรือบอกกล่าวได้ตามความเหมาะสม และยังสามารถแบ่งระดับในความผิดพลาดนี้ออกเป็นอีก 3 ระดับคือ ความผิดพลาดที่เกิดจากการไม่ใส่ใจ ละเลย, ความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ และ ความผิดที่เกิดจากการขาดความสามารถ

พูดกันง่ายๆ ความผิดพลาดเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ คือการแก้ไขที่ตัวบุคคล เช่นการเคารพกฎมากขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอมากขึ้น แต่หากยังเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอีก เราก็อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นความผิดพลาดที่สมควรโดนตำหนิหรือทำโทษ

ความผิดพลาดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ส่วนมากเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าจะจัดการได้โดยตัวคนเดียว ซึ่งบางทีมันอาจจะเกิดขึ้นจากระบบของการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขและการดำเนินงาน หรือเป็นความยากของงานซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ยากเกินกว่าที่จะทำ

โดยความผิดพลาดประเภทนี้ ความจริงแล้วหากเราได้เผชิญกับมันถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันมักนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงขององค์กรที่เกิดขึ้น ลดเวลาและขั้นตอนในการทำงานให้รวดเร็ว และกระชับมากขึ้น ดังนั้นเราจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าความผิดพลาดในจุดนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่เป็นความผิดพลาดที่อาจก่อให้เกิดเรื่องที่ดีขึ้นได้

ความผิดพลาดที่พัฒนาได้

ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่ควรเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในบรรดาความผิดพลาดทั้งหมด โดยความผิดพลาดระดับนี้มันคือการทำให้สามารถเติบโตขึ้นไปจากจุดที่ยืนอยู่ได้ดีที่สุด เพราะความไม่แน่นอนต่างๆ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ นี้สามารถทำให้เกิดศักยภาพใหม่ๆ ขึ้นมาได้ กลายเป็นรากฐานของความสำเร็จได้ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้หากทำให้เป็นระบบอย่างการใช้ Design Thinking เข้ามาช่วยจะยิ่งทำให้เราสามารถลุกได้เร็วจากจุดที่ผิดพลาดยิ่งไปกว่าเดิมเสียอีก

แน่นอนว่าการยอมรับว่าผิดพลาดหรือล้มเหลวเป็นเรื่องยาก และบางทีก็มีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง คนทำงานหลายๆ คนเป็น perfectionist มาตั้งแต่เกิด ทำให้ไม่อยากให้มีเรื่องความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่หากเราทำได้จะนำมาซึ่งการพัฒนาที่มากขึ้นยิ่งไปกว่าเดิม ซึ่งเรื่องของความผิดพลาดเหล่านี้เราสามารถเตรียมตัวที่จะรับมือกับมันได้ด้วยการเตรียมตัวเตรียมใจก่อน ว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นหากเราคิดจะเติบโต การมี Growth Mindset เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เคล็ดลับที่พอจะทำได้เพื่อให้มองว่าเรื่องความล้มเหลวเป็นบทเรียนที่มีค่า มีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในอนาคต คือ ต้องยอมรับผิด เปิดใจ รับผิดให้เป็น อย่ามัวคิดโทษผู้อื่นอยู่ตลอด เพราะการรู้ว่าเป็นความบกพร่องของตัวเอง จะเปิดโอกาสให้คุณได้ลองหันกลับมามองในเรื่องที่ทำลงไป ไตร่ตรองหาสาเหตุ ถามตัวเองว่าพลาดตรงไหน มีวิธีไหนที่จะลดผลกระทบหรือป้องกันไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกและเราเรียนรู้อะไรจากความผิดครั้งนี้ วางแผนป้องกัน เมื่อรู้แล้วว่าพลาดตรงไหน เพราะอะไร ก็ต้องวางแผนไม่ให้ซ้ำรอย นำคำตอบที่ตกผลึกจากบทเรียนนี้มาประกอบขึ้นเป็นแผนเตรียมความพร้อมและป้องกันไม่ให้ผิดซ้ำอีกนั่นเอง มีแผนสำรอง เพื่อความไม่ประมาทเราควรต้องมีแผนสำรองเผื่อไว้ และแผนนี้ควรคิดล่วงหน้าไปถึงจุดที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด เพราะยิ่งมีแผนสองไว้มากเท่าไหร่ ความเสียหายจากเรื่องไม่คาดก็จะน้อยลงเท่านั้น

เมื่อรู้แบบนี้แล้วอย่ากลัวที่จะผิดหรือพลาด แต่ต้องหาทางเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้น เพื่อพัฒนาตนเองต่อไป

 

เปิดโลกแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้แล้วกับ SEAC พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดชีวิตกับ YourNextU โมเดลการเรียนรู้แบบ Blended Learning ที่ให้คุณเรียนรู้ในรูปแบบไม่มีลิมิต (Unlimited) ตั้งแต่วันนี้ ที่ www.yournextu.com