พนักงานคืออัญมณีขององค์กร” Marigot Jewellery กับการพัฒนาคนในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

คุยกับ ษมาสุ์ภัสสร์  ภัทรลัคน์ รองผู้อำนวยการทรัพยากรมนุษย์ แห่งบริษัท แมรีกอท จิวเวลรี่ (ประเทศไทย) จำกัดกับมุมมองที่ว่า “พนักงาน เปรียบเสมือนเป็นอัญมณีอันมีค่าที่สุดขององค์กร”

หากนึกถึงแบรนด์จิวเวลรี่ระดับโลก ชื่อของ Swarovski คงเป็นชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึง แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ากว่า 70% ของเครื่องประดับที่ Swarovski ขายทั่วโลกนั้น มีเบื้องหลังการผลิตจากบริษัทผลิตเครื่องประดับแฟชั่นของไทยที่ชื่อ “แมรีกอท จิวเวลรี่”

แมรีกอท จิวเวลรี่ ผลิตเครื่องประดับให้กับ Swarovski  มายาวนานกว่า 30 ปี มีพนักงานรวมกว่า 7,000 คน  ซึ่งแน่นอนว่าในยุคที่ทุกๆ ธุรกิจถูก Disrupt กันอย่างหนักหน่วง การพัฒนา “คน” ให้ทันก่อนถูก Disrupt ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะบริษัทที่มีคนจำนวนมากอย่าง แมรีกอท จิวเวลรี่

วันนี้เรามีโอกาสได้คุยกับ ษมาสุ์ภัสสร์  ภัทรลัคน์ รองผู้อำนวยการทรัพยากรมนุษย์ จาก แมรีกอท จิวเวลรี่ และ กรินทร์ โปสาภวัฒน์ Senior Consultant จาก SEAC เกี่ยวกับการปรับตัวเรื่องการพัฒนาคนในองค์กรยุค Disruption และหลักสูตร New Me New Land และ Outward Mindset ที่ช่วยเปลี่ยน Mindset ให้คนในองค์กรทำงานกันได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในฐานะ HR Head ที่ต้องดูแลพนักงานจำนวนมาก มีการวางแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างไรบ้างในแต่ละปี

ษมาสุ์ภัสสร์ : แมรีกอทเรามุ่งเน้นที่จะเพิ่มศักยภาพ และพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถให้พนักงานเพื่อที่จะสนับสนุนให้พนักงานปฎิบัติงานได้อย่างเต็มที่ โดยเราแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ Hard Skill Training, Soft Skill Training และ การสร้าง High Engagement Culture รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงาน พร้อมกับให้ความรู้เกี่ยว ISO ต่างๆ เพราะโรงงานของเราได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลในหลายหัวข้อ หัวข้อที่เราเน้นการเสริมสร้างทักษะอยู่เสมอคือ Leadership Skill และ ภาษาอังกฤษ

SEAC เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาบุคลากรได้อย่างไร

ษมาสุ์ภัสสร์ : ต้องบอกว่าทางเรารู้จักกับ SEAC ตั้งแต่ปี 2016 นะคะ หลังจากที่เราได้ลองพูดคุยกับบริษัทที่ปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรหลายๆ ที่ในประเทศไทยก็ ได้มาลงตัวที่นี่ เพราะค่อนข้างชอบที่สามารถ Customize หลักสูตรหรือเวิร์คช้อปให้ตรงกับวัฒนธรรมองค์กร หรือแนวทางของธุรกิจของเราได้ ทาง SEAC จะมีการวางแผนในการเรียนของแต่ละ Level ให้ไม่เหมือนกัน เช่น Manager เรียนแบบหนึ่ง Middle Manager เรียนแบบหนึ่ง ส่วนน้องๆ ที่เป็น  Front Line Manager (Line Leader) ก็จะมีอีกหลักสูตรเฉพาะให้ และอีกประเด็นสำคัญคือเรามีโรงงานที่เวียดนามด้วย ซึ่ง SEAC เองก็สามารถต่อยอดไปเทรนนิ่งให้กับทางนั้นได้ด้วยเช่นกัน คือเราสามารถเริ่มต้นที่ไทย แล้วต่อยอดไปที่เวียดนามได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องหาพาร์ทเนอร์ใหม่สำหรับเวียดนามต่างหาก

เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ เราก็ต้องไปสอบถามในฝั่งของทาง คุณกรินทร์ โปสาภวัฒน์ Senior Consultant จาก SEAC ผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์กรที่มีประสบการณ์มายาวนาน ถึงวิธีการเลือกและออกแบบหลักสูตรเพื่อให้ตอบโจทย์ของ แมรีกอท จิวเวลรี่ กันสักหน่อย

 

 

ทาง SEAC เลือกหลักสูตรอะไรให้กับทาง แมรีกอท จิวเวลรี่

กรินทร์ : ขอย้อนกลับไปสั้นๆ นิดหนึ่งนะครับ คือทาง SEAC เองได้ร่วมงานกับ แมรีกอท จิวเวลรี่ เมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นการทำโปรเจ็กต์ที่ชื่อ “FACETS” นะครับ เป็นการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ที่เหมาะกับธุรกิจของทาง แมรีกอท จิวเวลรี่ ซึ่งนอกจากจะพัฒนาทักษะแล้ว เราก็ร่วมกันพัฒนาไปถึงวัฒนธรรมในองค์กรด้วย ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีครับ

 

ในปีนี้ (2019) เราก็เลยมีการคุยกันว่าเราจะมีการพัฒนาอะไรต่อยอดกันบ้าง ก็ตกลงกันว่าเราควรจะมีการพัฒนากันตั้งแต่ระดับ MD เลย คือตั้งแต่ระดับบนสุดลงมาเป็น Manager จนถึง Line Leader ซึ่งพอได้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการชัดแล้ว ก็มาจบกันที่การโฟกัสไปที่การพัฒนาคนตั้งแต่ระดับของ Mindset ครับ เพราะจากงานวิจัยจำนวนมากจะเห็นได้ว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Mindset ไปพร้อมกับทักษะอื่นๆ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่มากกว่าหลายเท่าตัว ก็เลยเป็นที่มาของการเสนอ 2 หลักสูตรที่ชื่อ “New Me New Land” และ “Outward Mindset”

 

ทำไมต้องเป็น 2 หลักสูตรนี้?

กรินทร์ : เรามั่นใจว่า Mindset จะช่วยขับเคลื่อนพฤติกรรม และพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี “New Me New Land” เป็นหลักสูตรที่จะช่วยให้เกิด Mindset ในเรื่องของ Change หรือการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในยุค Disruption ที่ AI หรือเครื่องจักรกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมาก คนในองค์กรจะต้องมี Mindset ที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลง มองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส และที่สำคัญคือปรับตัวและอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข จากนั้นจึงต่อยอดด้วยการเรียนรู้ “Outward Mindset” ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรามองว่าคนอื่นสำคัญเท่ากับเรา คือจะไม่มองว่าเขาเป็นเพียงสิ่งของที่เราจะใช้งานเขาได้ ไม่สนว่าเขาจะงานเยอะแค่ไหน ถ้ามองแบบนั้นจะเรียกว่า Inward Mindset นะครับ คือจะมองแค่เป้าหมายจนลืมมองถึงความรู้สึกจริงๆ ของคนรอบข้าง ทำให้การทำงานต่างๆ ก็ไม่สามารถต่อยอดกันได้ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดก็มีแต่จะโทษกันไปมา

 

โดย Outward Mindset ก็จะมาช่วยตรงนี้ ช่วยให้คนที่เข้าร่วมหลักสูตรได้ลองเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดในการทำงาน ที่เปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับความผิดพลาดของคนอื่นมากขึ้น มองดูความผิดพลาดของตัวเองมากขึ้น เห็นความสำคัญของคนอื่นมากขึ้น ทำให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน แล้วทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

 

หลังจากจบหลักสูตร ผลที่ได้รับถือว่าเป็นอย่างที่คาดหวังไหม

ษมาสุ์ภัสสร์ : เนื่องจากองค์กรของเรามีจำนวนคนเยอะ และคนก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กร ฉะนั้นเราต้องรักษาคนของเราให้มีความสุขที่สุด ให้มีทักษะที่ดี และแน่นอนความสุขของแต่ละคนก็มีความหมายที่แตกต่างกัน เราก็พยายามที่จะ สร้างคำว่า “Happy Workplace” ให้ทุกคน คือไม่ใช่แค่มีทักษะที่ดี แต่มีการทำงานอย่างมีความสุขด้วย และการที่จะมีสิ่งเหล่านั้นได้ เรื่องของ Mindset จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

กลับมาที่คำตอบคือเราพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้กับทั้ง New Me New Land และ Outward Mindset โดยเฉพาะ Outward Mindset ที่เราจะเห็นได้เลยว่า ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงพนักงานทุกๆ คนพอเข้าใจ Outward Mindset ก็จะทำงานกันได้ง่ายขึ้น เปิดใจกันมากขึ้น ไม่มองแต่ปัญหาของแต่ละคน แต่กลับมองไปที่การหาวิธีที่จะช่วยกันแก้ปัญหาแทน

 

กรินทร์ : ผมมีเรื่องหนึ่งที่ประทับใจนะครับ คือมีคนที่บอกว่าก่อนเข้าหลักสูตรนี้เขาบอกว่าตัวเองจะมองแค่เป้าของตัวเองเท่านั้น โดยเขาเองก็ไม่สนใจหรอกว่าคนที่ทำงานกับเขาจะรู้สึกอย่างไรบ้าง แต่พอได้เข้าคลาส Outward Mindset ทำให้เขาเปลี่ยนไปเยอะจนคนรอบข้างสังเกตเห็นแล้วเข้ามากล่าวชมกับเขาตรงๆ เลย ผมมองว่านี่เป็นเรื่องราวที่ดีมากๆ และในทุกๆ บริษัทถ้าอยากจะให้ทีมงานทำงานและต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันมากๆ ครับ

 

สุดท้ายในฐานะ Head of HR มองว่าเราต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากแค่ไหน

 

ษมาสุ์ภัสสร์ : สำหรับเราต้องขอย้ำอีกทีว่า “พนักงานเปรียบเสมือนอัญมณีที่มีค่าที่สุดขององค์กร” เพราะฉะนั้นเรื่องของการพัฒนาให้พนักงานของเราดีขึ้นไม่ว่าจะด้านความสุข หรือทักษะในการทำงานต่างๆ นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และเราเองก็ไม่ได้จบแค่การนำ 2 หลักสูตรนี้มาใช้ แต่เรายังจะคงมีการทำงานร่วมกับกับทาง SEAC เพื่อร่วมหา Solution ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กับความเปลี่ยนแปลงของบริษัทเราต่อไปอีกในอนาคต ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

 

กระแส Disruption ของเทคโนโลยี แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ทุกองค์กรสามารถเตรียมตัวเพื่อรับมือได้ด้วยการ “พัฒนาคน” อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งนี้ แมรีกอท จิวเวลรี่ คือหนึ่งในบริษัทที่เลือกเจียระไนให้อัญมณีทุกเม็ดในองค์กรเปล่งประกายด้วยการเริ่มพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับ Mindset ให้สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีคุณภาพ ผ่านหลักสูตร “New Me New Land” และ “Outward Mindset” จาก SEAC

 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรคลิก

https://www.seasiacenter.com/services/outward-mindset/

https://www.seasiacenter.com/services/seac-new-me-newland/