สร้างแรงจูงใจในชีวิต

ตั้งเป้าหมายที่คิดว่าอยากจะทำให้ชัดเจน

ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ดีๆ กับชีวิตของเราเอง เช่น การตั้งเป้าหมายที่อยากจะทำหรือเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ไม่ต้องรอปีใหม่แล้วค่อยทำ พร้อมเมื่อไหร่ก็ลงมือทำได้ทันที

อริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท SEAC กล่าวว่าแต่ละคนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน บางคนมีเป้าหมายเรื่องสุขภาพ บางคนมีเป้าหมายเรื่องเก็บเงินการลงทุน บางคนอยากเปลี่ยนงาน พัฒนาความสามารถทักษะของตนเองหรือบางคนอาจจะอยากเปลี่ยนแปลงนิสัยที่ส่งผลเสียกับตัวเอง แต่การจะไปถึงฝันที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ เรื่องหนึ่งที่สำคัญและเป็นแรงผลักดันคือเรื่องแรงจูงใจ

หากตั้งคำถามง่ายๆ ว่า เหตุผลใดที่ทำให้คุณอยากลุกขึ้นจากที่นอนในตอนเช้า และกระตือรือล้นที่จะมาทำงานอย่างมีความสุข? คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ หนีไม่พ้นเรื่องของมิตรภาพที่ดี ความสนุก ท้าทาย และมีแนวโน้มที่จะประสบผลสำเร็จ การมีเป้าหมายของชีวิต

เป็นที่น่าสนใจว่า คนเราสามารถมีแรงจูงใจได้ตั้งมากมาย ซึ่งหมายถึงว่า หากมีปัจจัยใดไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ก็ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้คนเรามีความสุขได้เช่นกัน โดยแรงจูงใจที่มีประสิทธิผลที่สุด คือแรงจูงใจที่มาจากภายใน ของตัวเราเอง ซึ่งแรงจูงใจนั้นจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอยู่บ่อยครั้ง และไม่มีใครอื่นที่จะเป็นผู้กระตุ้นแรงจูงใจนั้นได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

ด้วยวิธีการแสนง่าย นั่นก็คือ การเตือนตัวเองถึงความมุ่งมาดปรารถนาที่แท้จริงของตนเอง ความปรารถนาอันแรงกล้า ย่อมนำพาให้คนเราไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่หากปราศจากมันแล้ว ก็เปรียบเสมือนเรือที่ลอยอยู่กลางทะเลอันกว้างใหญ่ โดยปราศจากจุดหมายว่าจะเข้าเทียบท่าที่ไหน และเมื่อไร  หมั่นถามตนเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ ตอบโจทย์ชีวิตหรือไม่ สามารถนำพาตัวเราไปสู่จุดมุ่งหมายตามใจที่ปรารถนาได้จริงหรือไม่ นอกจากนั้นอาจลองใช้เทคนิคต่อไปนี้เพื่อช่วยกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานของคุณสำหรับปีนี้

ตั้งคำถามกับตนเองว่าเราใช้โอกาสที่ได้รับมาอย่างคุ้มค่าแล้วหรือยัง อาจมีคนที่เก่งกว่าเรา แต่อาจไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา และเมื่อเราเป็นผู้โชคดีที่ได้โอกาสนี้มาแล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ไม่มีคุณค่า ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

อย่าท้อกับสิ่งที่ไม่ถนัด ใช้โอกาสนี้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ เราควรรับมือจัดการอย่างไร หากกลัวหรือท้อถอยก็ย่อมไปต่อไม่ได้ คำตอบคือต้องมีใจสู้ให้กับทุกสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ต้องคิดบวก พร้อมมองว่าสิ่งที่ได้รับมอบหมายแม้ไม่ถนัดนั้นเป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้ ให้เราได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ สิ่งที่ไม่ถนัดอาจทำให้เราเจอวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ เก็บไว้ใช้กับสิ่งที่ท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตได้

ในความเป็นจริงแล้ว จิตสำนึกของมนุษย์เรามักจะมีทั้งด้านบวกซึ่งก็คือแรงจูงใจที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลลัพธ์ และจิตสำนึกด้านลบที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เราบรรลุในสิ่งที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น เมื่อจะลงมือทำอะไรบางอย่าง มักจะมีเสียงกระซิบในหัวว่า “เป็นความคิดที่ดีแล้วหรือไม่” หรือไม่ก็ “เลื่อนออกไปก่อนดีกว่ามั๊ย” หากยังมีเสียงกระซิบและข้อกังขาอยู่ในหัว ก็อาจส่งผลให้แรงจูงใจหดหายไปด้วยเหมือนกัน โชคดีที่ยังมีทางเอาชนะเสียงกระซิบนั้น ซึ่งก็คือ ความศรัทธา ในตัวเอง หมั่นบอกตัวเองเสมอว่า หากฉันทำดี และทุ่มเทให้กับสิ่งที่ทำ สักวันหนึ่ง ฝันจะเป็นจริง

การชื่นชมตนเอง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น กับความศรัทธาในตนเอง สองสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญ เพราะมันจะทำให้เรา ก้าวต่อไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคง