June 19, 2019

อัพเลเวลสู่ HR 4.0

เป็นที่รู้กันดีว่าภายในเวลาไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการนำพาประเทศไทยเข้าสู่โมเดล “Thailand 4.0” ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ซึ่งการที่องค์กรใด หน่วยงานไหนก็ตามจะรองรับและพร้อมต่อการก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 นั้น ก็จะต้องมีความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็น4.0

ยุค 4.0 จะต้องใช้ความสามารถด้านการบริหารความหลากหลายและแตกต่างเพื่อให้เกิดผลสูงสุด สาเหตุเป็นเพราะยุค 4.0 นั้นข้อมูลข่าวสารต่างๆ ถูกกระจายออกไปได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ในเวลาอันรวดเร็วทำให้คนในองค์กรมีความคิดที่แตกต่างและหลากหลายมากขึ้น ทุกคนพร้อมและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเอง ดังนั้นเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารจะต้องเรียนรู้ที่จะบริหารท่ามกลางความแตกต่างและใช้ความประโยชน์จากความแตกต่างสร้างความสำเร็จ

และที่สำคัญองค์กร 4.0 จะต้องสามารถนำดิจิทัลใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในการทำงานมากขึ้น และอาจจะถึงขั้นของการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนองค์กรเลย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นคือเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยีที่พัฒนากันแบบวันต่อวัน รวมถึงการเดินทางเข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการส่งผ่านของข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไร้พรมแดนและเป็นไปด้วยความรวดเร็วชนิดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  นั่นแปลว่าองค์กร 4.0 ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายใน การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า หรือ การสร้าง Business model แบบใหม่ เช่นนี้เป็นต้น

บริบทในทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ตอบโจทย์กับบริบท ของยุคปัจจุบัน คือการปลูกฝังวิธีคิด และวัฒนธรรมองค์กร ให้คนเห็นภาพใหญ่ขึ้น โดยต้องมองกลับมาเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่เคยทำให้เราประสบความสำเร็จมาจากเมื่อก่อน ยังจะช่วยให้เราไปรอดในยุคนี้ได้หรือไม่”

ที่แน่นอนคือ HR หรือคนที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในองค์กรขนาดใด ธุรกิจไหนก็ล้วนแล้วกำลังอยู่ในยุคที่มีความท้าทายสูงมาก เพราะกำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงในโมเดลธุรกิจ  การเติบโตของเทคโนโลยี  การปรับตัวของสังคม แรงงาน  มีการเกิดขึ้นในวิธีทำธุรกิจใหม่ๆ ประสบการณ์ในอดีตไม่สามารถนำมาใช้ตัดสินใจในการทำธุรกิจในอนาคต การลดต้นทุนไม่ได้สำคัญเท่ากับโครงการเพื่อค้นหาและทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน    งานบางตำแหน่งไม่ได้แข่งแต่กับแรงงานที่เป็นคนเหมือนกันแต่ต้องแข่งกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และระบบออโตเมชั่น เพื่อสร้างผลผลิตที่สูงขึ้น และเพิ่ม Productivity ได้ในภาพรวม

มีผลวิจัยหลายสำนักวิเคราะห์ตรงกันว่า HR เป็นตำแหน่งงานที่จะติดอันดับ Top 10 ในตำแหน่งงานที่มีค่าตัวสูงที่สุด  แต่ในขณะเดียวกันตำแหน่งงาน HR ก็จะถูกปรับลดในจำนวนเพราะสามารถทดแทนด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอันได้แก่ ระบบโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

คำถามคือ ถ้าคุณทำงานด้าน HR คุณจะเป็น HR ที่มีค่าตัวสูงหรือเป็น HR ที่กำลังจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในอนาคต

HR เป็นทั้งความหวังและเป็นข้อกังวลของบรรดาเหล่าเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ   แล้ว HR 4.0 ควรมีจุดโฟกัสอย่างไร

ประการแรก HR ต้อง “ตีโจทย์” เข้าใจโจทย์ถึงความต้องการที่เปลี่ยนไป

ว่ากันว่ายุค 4.0 เป็นยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วมากที่สุด เป็นยุคที่ต้อง focus ที่ customer change ไม่ใช่ competitor change ดังเช่นในอดีต ซึ่งข้อความนี้เป็นจริงและหมายรวมถึงทรัพยากรบุคคลที่อยู่ในองค์กรด้วย

HR ในอนาคตต้องไม่หยุดที่จะเอาตัวเองออกไปสัมผัสกับ customer ซึ่งก็คือพนักงานรุ่นใหม่ๆ ของเรา สังเกตทำความเข้าใจว่าเขามีความต้องการเปลี่ยนไปอย่างไร คือเริ่มต้นจากทำความเข้าใจ ความรู้สึก เข้าใจปัญหา และสิ่งที่เขาให้คุณค่าโดยยังไม่ต้องรีบนึกถึง solution อันนี้เป็นการประยุกต์กลไกการสร้างนวัตกรรมที่เน้น user เป็นศูนย์กลางเพื่อหาวิธีใหม่ๆ ที่องค์กรชั้นนำอย่าง Google, Lego, IBM ใช้ โดนเน้นที่การสังเกต และทำเข้าใจปัญหาของผู้รับบริการ มากกว่าแค่การทำแบบสอบถามความคิดเห็น เพราะหลายครั้งพนักงานของเราก็ตอบไม่ได้ว่าอยากได้อะไร

ประการที่สอง “เติมมุมมอง” เปิดโลกทัศน์ เสริมความรู้และวิธีการใหม่ๆ

HR 4.0 ต้องขวนขวายในการ update ตัวเองให้ทัน ต้องดูมาก อ่านมาก ต้องหมั่นพาตัวเองออกไปสร้าง network และupdate เห็นวิธีการใหม่ๆ จากทั้งในและนอกองค์กรเพื่อนำมาพัฒนา ต่อยอดผสมผสานในการทำงาน HR ให้ตอบโจทย์ที่สุด โชคดีที่ในปัจจุบันมีการจัดสัมมนา แลกเปลี่ยนความรู้สำหรับ HR ที่หลากหลายมากขึ้น ข้อมูลต่างๆ ก็อยู่แค่ปลายนิ้วสัมผัสแต่ทำให้เรารู้กว้างขึ้นมาก เห็นภาพมากขึ้นว่าจะเอาวิธีการใหม่ๆ อะไรมาเติมเติมให้กับองค์กร

ประการที่สาม “กระตุ้น” สร้างการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวัฒนธรรมอย่าต่อเนื่อง

แม้ว่า 4.0 จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ความล้ำสมัย แต่เป็นที่น่าสนใจว่ายุคนี้กลับเป็นยุคที่ต้องเน้นการสรรหาและพัฒนาคนที่มี mindset ที่ใช่ เพราะองค์กรในยุควันข้างหน้าเป็นยุคที่ไม่มีใครไม่พูดเรื่อง change ไม่สามารถมีใครพูดได้ว่าไม่ต้องปรับตัวก็อยู่รอดได้ (เพราะมันไม่เป็นจริง) ในยุคนี้ HR จะมีบทบาทสำคัญที่ไม่ใช่แค่เน้นเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อตอบการทำงานทั่วๆ ไป แต่ต้องกระตุ้นให้คนมี mindset  ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลาเพื่อตอบความไม่แน่นอนวันพรุ่งนี้มากกว่า ต้องทำให้คนเปิดใจรับมุมมองที่ต่างจากของตัวเอง และเริ่มต้นจากตัวเองในการแก้ปัญหา ซึ่งจากการวิจัยพบว่า “การพัฒนาให้พนักงานมี mindset ที่เน้นการเปลี่ยนแปลงจากตัวเอง มองเห็นผลกระทบของตัวเองกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า และในการมองหาโอกาสในข้อจำกัดจะ สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่ามากถึง 4 – 6 เท่า”

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนไม่สามารถที่จะหยุดนิ่งหรือทำทุกอย่างเหมือนเดิมได้อีกต่อไป เงื่อนไขที่เปลี่ยนเหล่านี้แปลว่าเราต้องปรับตัวตาม เพื่อความอยู่รอดและเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน HR ก็เช่นกันต้องหมั่น “ตีโจทย์ – เติมมุมมอง – กระตุ้น” เพื่อให้ทันยุค 4.0

บทความโดยคุณ นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล

Executive Director – Product Commercialization: SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน (https://www.facebook.com/SEACthailand/)

 

เปิดโลกแห่งการเรียนรู้และค้นหาทักษะเพื่อพัฒนาตนเองได้แล้วกับ SEAC พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดชีวิตกับ YourNextU โมเดลการเรียนรู้แบบ Blended Learning ที่ให้คุณเรียนรู้ในรูปแบบ Unlimited ตั้งแต่วันนี้ที่ www.yournextu.com