January 31, 2019

SEAC Reframe ระบบการเรียนรู้ใหม่ “Lifelong Learning Ecosystem”

27 ปี ของ”อริญญา เถลิงศรี” จากเอพีเอ็มกรุ๊ป วันนี้มาเป็น “SEAC” ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถในการที่จะเรียนรู้ได้อยู่ที่ว่าจะมีโอกาสเข้าถึงได้หรือไม่ ยิ่งในโลกยุคดิจิตอลการเรียนรู้ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอายุ สามารถเรียนเมื่ออยากเรียนได้ในลักษณะ Lifelong Learning

 

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (South East Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “จากเป้าหมายที่ต้องการที่จะทำให้คนไทยไปสู่ฝันในปริมาณที่มากขึ้นได้ในหลักสูตรต่างๆมากขึ้น เพราะการเรียนรู้ไม่ได้อยู่ที่อายุ SEAC จะสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาให้เขามีทางเลือกในชีวิต เขาจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่โรงเรียน มหาวิทยาลัย เด็กจบออกมาสามารถทำงานได้เลย หรือผู้สูงอายุยังสามารถมีอาชีพใหม่ได้ และมีค่าใช้จ่ายการเรียนในราคาถูกลง”

ในขณะเดียวกัน SEAC ได้วางแผนการดำเนินธุรกิจยกระดับสู่การเป็น ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ‘มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาชีวิต และการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงชีวิต’ เพื่อสร้างรูปแบบกระบวนการคิด สร้าง Mindset ใหม่ สร้างระบบนิเวศและวัฒนธรรมของการเรียนรู้ Lifelong Learning Ecosystem ของประเทศไทยและอาเซียนในยุค Disruption ได้เข้าใจ และนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้กับวิธีการทำงานของตนเอง

นางอริญญากล่าวต่อว่าจากกรอบความคิดเกี่ยวกับบรรทัดฐานแห่งความสำเร็จเดิมๆ ที่มองว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจะต้องจบการศึกษาระดับสูงเท่านั้น สู่แนวทาง New Learning Mindset ใหม่ ภายใต้ Lifelong Learning Concept ที่สร้างนิยามเรื่อง “การเรียนรู้” สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ เพราะยิ่งโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่ควรหยุดนิ่งที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือหาทักษะชุดใหม่ๆ โดยหลักสูตรหรือโปรแกรมที่จะเกิดขึ้นจะขยายไปสู่กลุ่มคนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่กำลังมองหาหรือต้องการเพิ่มทักษะใหม่ๆ เพื่อให้สามารถอยู่รอดในชีวิตการทำงาน หรือกลุ่มคนจบใหม่ที่กำลังมองหาตัวตนและสร้างอนาคตด้วยแนวทางของตนเอง รวมถึงกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของกิจการขนาดกลางและย่อมที่กำลังมองหาความมั่นคงทางธุรกิจ เป็นต้น

นางอริญญากล่าวว่าด้วยนโยบายดังกล่าวทางบริษัทจึงลงทุนซื้อลิขสิทธิ์หลักสูตร รวมทั้งทั้งการออกแบบการเรียนการสอนกว่า 600 ล้านบาท ให้ผู้เรียนตั้งแต่อายุ 11 – 65 ปี จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ยังสับสนในความต่างของบริบทคำว่า “การเรียนรู้ – Learning” และ “การศึกษา – Study” จนทำให้ไม่สามารถเข้าถึงวิธีการเรียนรู้ที่แท้จริงในการพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ หรือบางคนวางกับดักตัวเองจนเข้าใจว่าไม่ต้องพัฒนาและเรียนรู้เพิ่มเติม SEAC จึงต้องการสร้างจุดเปลี่ยนด้วยการนำเสนอทางเลือกใหม่ของ “การเรียนรู้”

วิถีการเรียนรู้ใหม่ได้แก่ หนึ่ง Change the way people หมายถึง เข้าใจความต่างของคำว่า Study และ Learning ซึ่งการ Learning หรือการเรียนรู้ เพื่อนำมาใช้ในชีวิต สอง Serve talent local education systems CAN’T หมายถึง ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการศึกษาของไทย โดยเข้ามาเพิ่มเติมในสิ่งที่การศึกษาไทยกำลังจะไปถึง สาม Develop new skills for a new world เช่น การเฟ้นหาหลักสูตรหรือการสร้างทักษะสำหรับยุค 4.0 และ สี่ Develop needed thinking & problem solving skills เพื่อให้คนไทยคิดเป็นและสามารถแก้ไขปัญหาได้

“เราจะเป็น new journey ให้คนต้องรู้จักวิธีการเรียน เรียนเพื่อเอาไปใช้ การออกแบบหลักสูตรให้เด็กได้เรียนในเรื่องการใช้ความคิด การเป็น good citizen การไปสู่ wisdom age การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ให้เขาประกอบอาชีพต่อไปได้อีก 10-20 ปี เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาของประเทศ เป็นการเสริมภาครัฐและเอกชนในการยกระดับการศึกษาของไทย วันนี้เราไม่อยู่ในโลกใบเดิม ที่ใช้ทักษะแบบเดิมๆอีกแล้ว SEAC จะนำทักษะใหม่มาใช้ หลักสูตร 4.0 คืออะไร ทักษะ 4.0 คืออะไร ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง ช่วยนักศึกษา นักเรียนที่จบออกมาแล้วมีทักษะ 4.0”

 

นางอริญญากล่าวต่อไปว่า “จากประสบการณ์ในแวดวงการเรียนรู้และการพัฒนาคน SEAC ได้สร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของโลก ที่เรียกว่า “4Line Learning” เพื่อรองรับรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคน พร้อมกระตุ้นให้คนเกิดความอยากรู้ เรียนรู้ และนำเอาสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและฉับพลันได้อย่างทันท่วงที

“สิ่งที่ SEAC กำลังทำคือการ Reframe ระบบการเรียนรู้ใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพราะในโลกใบใหม่นี้ ที่เป็นโลก New normal หรือโลกที่มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาจนสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นบรรทัดฐานหรือธรรมชาติของสังคมไปโดยปริยาย การเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่เน้นการท่องจำและจดเลคเชอร์ที่สามารถตอบสนองการเรียนรู้ของคนและสังคมได้อีกต่อไป SEAC จึงต้องหาระบบการเรียนรู้ใหม่ ที่สามารถ Click กับทุกคน ภายใต้โมเดลชื่อ YourNextU”

นางอริญญากล่าวว่า YourNextU ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

1. วิธีการเรียนรู้แบบ Online เน้นการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้วยวิดีโอคลิป หรือ Visual ต่างๆ ซึ่งทุกหลักสูตรได่มาตรฐานทุกระดับ
ทั้งมาตรฐานของ Professor และคอร์สจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ ตัวอย่างออนไลน์คอร์ส อาทิ การเรียนรู้เพื่อพัฒนา New Skillset เพื่อยุค 4.0 เช่น Data scientist, Certified Digital Marketing Specialist, Big Data เป็นต้น

2. วิธีการเรียนรู้แบบ Inline เน้นการเข้าคลาสเพื่ออบรมในหลักสูตรต่างๆ หรือ Subscription โดยคำนึงถึงระยะเวลาการเรียนที่เหมาะสม จัดเป็นคอร์สสั้นๆ ครั้งละไม่เกินครึ่งวัน ผู้เรียนต้องเข้าคลาสที่ SEAC ซึ่งเปิดเป็นประจำ 18 คอร์สต่อวันในทุกวัน โดยSEAC ได้สร้างการเข้าถึงเอาไว้ 2 รูปแบบ คือ ผ่านทางเว็บไซต์ www.yournextu.com และ Application ที่เข้าถึงได้ทุก Devices ที่เชื่อมถึงกันเพื่อให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบวิชาเรียนที่ต้องการและลงทะเบียนเข้าคลาสได้เอง

นอกจากนี้ใน Application ของYourNextU ยังสามารถตรวจสอบว่าในคลาสนั้นๆ ใครเป็นผู้สอน และยังมีระบบรีวิวและให้คะแนนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างผู้เรียน เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ยังไม่เคยเข้าเรียนอยากเรียนรู้ในคอร์สนั้นๆ อีกด้วย ทั้งนี้ทุกครั้งที่จบคอร์ส ผู้เรียนจะได้รับใบ Certificate จากสถาบันเจ้าของหลักสูตร ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นสถาบันระดับโลก เพื่อใช้ในการต่อยอดในเส้นทางการเรียนหรือทำงานได้ ตัวอย่างคอร์ส มีหลากหลายหลักสูตร ซึ่งแยกเป็นหลายหมวดอย่างคอร์ส Innovation Crash Course ซึ่งประเทศไทยได้รับเป็นประเทศแรกจาก Stanford University จากปกติราคา 4 ล้านบาท/คอร์ส แต่ครั้งนี้สามารถเรียนรู้ได้แบบไม่จำกัดในราคา 10,000 บาท

3. วิธีการเรียนรู้แบบ Beeline เน้นการเรียนรู้ในรูปแบบแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล หรือเรื่องราวจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน วิทยากรนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้านต่างๆ ผู้นำทางความคิด หรือกิจกรรมพิเศษในหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับหัวข้อการเรียนรู้แต่ละครั้ง มีการเรียนวันละ 1 ครั้ง ที่เรียนรู้จากตัวอย่าง จากผู้ที่ประสบความสำเร็จจริงทั้งหมด 40 รูปแบบ

“วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้เรียนที่เบื่อที่จะเรียนคนเดียว หรือชอบการเรียนรู้แบบ Social Learning สามารถเลือกเรียนรู้ Bee line ที่จะจัดให้มีการสัมมนากับผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ประกอบด้วย วิทยากรของ SEAC เอง ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นลูกค้าของ SEAC หรือจาก Professor ระดับโลก ทั้งนี้จะจัดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง และเมื่อจบการสัมมนาจะมีการอัพโหลดลงใน Library ที่จะมี Subtitleภายใน 48 ชม. เพื่อให้สามารถเข้ามาดูย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ยังมีคลาสในลักษณะ Game & Simulation หรือการจำลอง Situationต่างๆ ให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนรู้อีกด้วย ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้ยังมีน้อยมากในประเทศไทย”

4. วิธีการเรียนรู้แบบ Frontline คลังการเรียนรู้ที่สามารถให้ผู้เข้าเรียนเข้าถึงข้อมูลการเรียนรู้ และดาวน์โหลดออกมาเป็นคัมภีร์พิชิตความสำเร็จ เป็น Tool หรือ Worksheet หรือ VDO ที่ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดออกมาไม่อย่างจำกัด เพื่อเผชิญกับปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากต่อการตัดสินใจ เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งการแก้ไขปัญหา ศึกษาเหตุการณ์

 

นางอริญญากล่าวว่าในการจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ ภายใต้โมเดลชื่อ “YourNextU” ได้ร่วมมือกับสถาบันระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตร Online กว่า 100 หลักสูตร Inline กว่า 40 หลักสูตร Beeline กว่า 40 โปรแกรม และคลังข้อมูล Frontline ที่สามารถดาวน์โหลดได้ไม่จำกัด เช่น Design Thinking: Empathizing to Discover Opportunities, Creative Connection: 7 Creative Problem Solving Strategies, New Me New Land: Overcoming Change Resistance, The Outward Mindset: Seeing Beyond Yourself, Strategic Thinking: Business Modeling, Step In Leader: Problem Solving & Decision-Making หรือ HR Academy เป็นต้น พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทันต่อสถานการณ์ เช่น Business Management 4.0, Data Analysis, Artificial Intelligence and Machine Learning, Cloud computing and Web Service เป็นต้น ซึ่งวางแผนดำเนินธุรกิจการตลาด อย่างเป็นทางการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

“YourNextU เป็นการเรียนรู้แบบ Blended Learning Platform ในระบบสมาชิก หรือ Subscription ในราคา 10,000 บาทต่อคน ต่อปี โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้หลักสูตรที่ได้มาตรฐานจากสถาบันการศึกษาระดับโลกแบบ Unlimited ในทุกสาขาวิชา สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ และสามารถลงเรียนซ้ำได้ตามที่ต้องการ เลือกวิธีการเรียนได้ แต่ได้ความรู้ระดับโลก และเมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันนั้นโดยตรง แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตรด้วย เช่น การทำโครงงานและนำเสนอเพื่อนำไปสู่การถกเถียง สำหรับการเรียนแบบ Online ซึ่งมี 100 หลักสูตร จะไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเรียน รวมทั้งจะจัดทำ Subtitle เป็นภาษาไทย ภาษาเวียดนาม และภาษาเมียนมาด้วย นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ และในปี 2020 ตั้งเป้าหมายที่จะขยายไปสู่อินโดนีเซีย” นางอริญญากล่าว

ด้านการลงทุน SEAC ได้ใช้งบประมาณมากกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นเป็นการลงทุนเพื่อการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ภายใต้กระบวนการเรียนรู้ “4Line Learning” อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3-5 ปี การลงทุนเพื่อเฟ้นหาพาร์ทเนอร์ระดับโลกในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ด้านต่างๆ รองรับความต้องการของทุกกลุ่มและทุกวัย รวมถึงการแปลเนื้อหาเป็นภาษาไทยและบางภาษาในกลุ่มประเทศอาเซียน และงบในการก่อสร้าง Center แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“SEAC เชื่อมั่นในมุมมองว่ามนุษย์ทุกคนต้องไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาศักยภาพชีวิตและการเรียนรู้ ทุกคนต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง องค์กร และสังคม ทุกคนต้องรู้จักและเข้าใจ วิธีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learn) กล้าลบสิ่งเดิมๆ ทิ้งไป (Unlearn) และการเรียนรู้สิ่งที่เคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ๆ (Relearn) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงของ Disruption นี้ SEAC จึงต้องการเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญให้ทุกคนได้สร้างรูปแบบการคิด สร้าง Mindset สร้างระบบและวัฒนธรรมของการเรียนรู้ Lifelong Learning Ecosystem ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ทุกตารางเมตร จนเกิดเป็นวัฒนธรรมแห่งการ Learn Fast, Fail Fast and Move Forward ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อความก้าวหน้าของตัวเรา องค์กร และประเทศชาติในยุคปัจจุบันและอนาคตอย่างไม่สิ้นสุด”นางอริญญากล่าว