April 22, 2019

ทำไม ‘เรียนเก่ง’ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการทำงาน

มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วไปมักจะให้ความสำคัญกับระดับการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ ทำให้มนุษย์อย่างเราๆ ต่างพยายามที่จะเรียนให้จบในระดับชั้นที่สูงๆ ยิ่งจบนอกได้ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ หลายๆ คนเข้าใจความหมายของการ ศึกษาผิด แทนที่จะเรียนเพื่อเอาความรู้ แต่กลายเป็นเรียนเพื่อเอาวุฒิ ทำให้พวกเขาพยายามที่จะเรียนต่อเพื่อปริญญาบัตรเท่านั้น ผลคือ หลายครั้งเราพบการลอกข้อสอบกัน จดโพยเข้าไป บางคนเข้าไปสอบแทนเพื่อนเลย ซึ่งล้วนแล้วแต่การศึกษาหรือการได้มาซึ่งวุฒิบัตรแบบไม่มีคุณภาพ

แล้วทำไม คนเราต้องอยากได้ ผลสอบดีๆ ปริญญาสูงๆ อริญญา เถลิงศรี Managing Director – SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่าส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ อยากเข้าทำงานในบริษัทดีๆ มีชื่อเสียง เพื่อให้ได้เงินเดือนดีๆ ด้วยเพราะหลายบริษัทกำหนดวุฒิ หลายบริษัทกำหนดเกรดขั้นต่ำ สรุปง่ายๆ ก็คือเอาระดับการศึกษามากำหนดความสามารถของคน

แต่แนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น Google เป็นบริษัทหนึ่งที่มองเห็นความต่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการรับคนเข้าทำงาน โดยสิ่งที่พวกเขามองหา ก็คือความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะความเป็นผู้นำ ความรักในสิ่งที่ทำ และ ความอ่อนน้อมถ่อมตน มากกว่าที่จะเอาเกณฑ์ระดับการศึกษามาเป็นตัวตั้งต้น

เพราะ Google เชื่อว่าคนที่มีบุคลิกตรงกับ 4 อย่างนี้ คือคนที่มี ทัศนคติที่ดี พร้อมจะพัฒนาศัยภาพของตัวเอง พร้อมเผชิญหน้า เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ยอมรับความผิดพลาดแต่ไม่กลัวที่จะล้มเหลว และกลุ่มคนเหล่านี้นี่แหละที่พา Google ให้ประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้

จริงอยู่ที่ว่าเรื่องผลการศึกษาหรือระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ใครหลายๆ คนได้งานทำ แต่เชื่อหรือไม่ว่าความฉลาดด้านอารมณ์ต่างหากที่ทำให้คนได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือก้าวหน้าในการทำงาน สาเหตุก็เป็นเพราะคนที่มี EQ จะมีความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ที่ตนเองมีและสามารถใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการจัดการพฤติกรรมและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการอารมณ์ของผู้อื่นซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงาน นอกจากนั้น มีการศึกษาวิจัยจากหลายสำนักที่พบว่าคนที่มี IQ สูงมักล้มเหลวในการเป็นผู้บริหารสูงสุดเพราะเขาขาดความเข้าใจมนุษย์ ขาดการปฏิสัมพันธ์และอารมณ์ที่ดี

นอกจากนั้นคนที่เรียนเก่งหลายๆ คน คนที่มี IQ สูงๆ ในหลายๆ ครั้งนั้นมักจะกลัวความล้มเหลวมากกว่า เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กยันโตยึดติดแต่กับการเรียนแล้วให้ได้เกรดที่ ดังนั้นคนที่เรียนเก่งก็จะได้รับคำชมมาโดยตลอด พอจะให้มาทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงก็จะมีความกลัวที่จะผิดพลาดมากกว่า เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ

อีกประการหนึ่งคือ คนที่เรียนเก่งๆ เวลาจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งจะคิดเยอะ วิเคราะห์เยอะ จนบางทีคิดมากจนไม่ได้ทำ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องการความว่องไวในการการลงมือทำ เพื่อให้เห็นผล ถ้าผิดก็เรียนรู้แล้วแก้ แต่ถ้าถูกก็ได้เปรียบในเรื่องความรวดเร็ว หรือแปลว่าใครทำมากกว่าก็มีโอกาสมากกว่าเท่านั้นเอง การคิดเยอะจนไม่ได้ทำถือว่าเป็นกับดักที่ใหญ่มากสำหรับคนที่เรียนเก่ง

ข่าวดีคือในขณะที่ IQ นั้นคือสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและจะมีเท่าเดิมตลอดไป คือหากเกิดมาพร้อม IQ 120 ตอนแก่ไปก็ยังจะมี IQ เท่าเดิมนี้ แต่เรื่อง EQ ของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่พัฒนากันได้ ดังนั้นเรื่องการเป็นคนเรียนเก่ง หรือ book smart อย่างเดียวอาจไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายเสมอไปในการทำงานของโลกยุคที่ต้องการ street smart