ปรับมุมคิด พลิกมุมมอง … เพิ่มประสิทธิภาพ สมานความสัมพันธ์ในชีวิต

เวลาเราเห็นผู้สูงอายุขึ้นรถไฟฟ้า โดยปกติความตั้งใจแรกที่เกิดขึ้นเลยคือ ‘เราตั้งใจที่จะลุกให้เขานั่ง’ แต่ในวันนั้นคุณไม่ได้ลุกให้ผู้สูงอายุนั่ง คำถามคือทำไมคุณถึงไม่ลุก?

คำตอบที่ได้อาจมีดังนี้ เช่นถ้าลุกแล้ว เราจะต้องยืนบนรถไฟฟ้าไปอีกหลายสถานี น่าจะลำบากแย่ หรือเพิ่งเดินห้างมาตั้งนาน วันนี้เหนื่อย ยืนไม่ไหว หรือที่ที่เรานั่งอยู่ไม่ใช่ที่นั่งสำหรับคนชรา ผู้พิการ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องลุก เช่นนี้เป็นต้น

เวลาขึ้นลิฟท์ หากคุณเดินเข้าไปก่อน โดยปกติความตั้งใจแรกคือ ‘เราจะกดลิฟท์รอให้คนต่อไปเดินเข้า’ แต่วันนั้นคุณไม่ได้กด จนประตูลิฟท์หนีบคนที่กำลังเดินเข้ามา คำถามคือทำไมคุณถึงไม่กด? อริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท SEAC ที่ปรึกษาธุรกิจ บอกว่าคำตอบที่ได้อาจมีดังนี้ เช่น ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ไม่อยากมือเปื้อน หรือคิดว่าคนๆ นั้นเดินช้าเอง ไม่ใช่ความผิดของคุณที่ประตูลิฟท์หนีบเขา เช่นนี้เป็นต้น

ทั้งสองกรณีถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม เราเรียกเหตุผลหรือข้ออ้างเหล่านี้ว่าการ ‘ทรยศตัวเอง’ หมายถึง คุณกำลังปฏิเสธความตั้งใจแรกที่คุณจะตั้งใจจะทำพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นจากการมี Inward Mindset หรือการมองโลกผ่านเลนส์ที่มีเป้าหมายของตนเองเป็นหลัก ทำให้เรามองคนอื่นด้อยกว่าหรือเทียบเท่ากับวัตถุ หรืออาจเรียกได้ว่าคือ วิธีการมองโลกแบบที่ความต้องการหรือเป้าหมายของตนเองสำคัญที่สุด

ในทางกลับกัน Outward Mindset คือ การที่เรามองคนอื่นสำคัญไม่น้อยกว่าตนเอง เชื่อว่าเป้าหมายของคนอื่นก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ตั้งคำถามกับตนเองเสมอว่า “เราจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน”
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ Mindset นั้นเปรียบเสมือนเลนส์ที่เราใช้มองโลก เป็นเบื้องลึกเบื้องหลังของทัศนคติ เป็นพื้นฐานของการแสดงพฤติกรรมของคนเรา นั่นแปลว่า หากเราต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเพื่อช่วยสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม มีการช่วยเหลือกันเพื่อความสำเร็จโดยรวม รวมไปถึงพฤติกรรมที่จะสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตประจำวันเพราะมีการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่กันและกันแล้วล่ะก็ เราต้องเริ่มจากการปรับมุมคิด พลิกมุมมอง หรือคือการเปลี่ยน Mindset ที่มีต่อผู้อื่นนั่นเอง

ข่าวดีคือ จากการศึกษาพบว่าการปรับเปลี่ยน Mindset ของคนเราจาก Inward เป็น Outward นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในความเป็นจริง ตามทฤษฎีนั้นยังเชื่อว่ามนุษย์เราโดยพื้นฐานเกิดมาด้วย Outward Mindset เพราะเราเป็นสัตว์สังคมที่ชอบสร้างความสัมพันธ์ แต่เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้มนุษย์เราเลือกที่จะทรยศต่อ Outward Mindset โดยพื้นฐานนั้นมาเป็น Inward Mindset

ช่วงนี้มีเหตุการบ้านเมืองหลายๆ เรื่องที่ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าคนเราจริงๆ แล้วมี Outward Mindset ด้วยกันทั้งสิ้น เราคิดถึง ‘ใจเขาใจเรา’ ได้ทั้งสิ้น เรามองเห็นคุณค่า ความสำคัญของผู้อื่นได้ไม่น้อยกว่าเรื่องของตนเองทั้งสิ้น และจะดีแค่ไหน ถ้าเราคิดถึง ‘ใจเขาใจเรา’ ได้ตลอดเวลาแบบนี้ คนเราจะร่วมมือกัน สามัคคีกันขนาดไหน พยายามร่วมทำงานกันขนาดไหนเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย

ข้อแนะนำคือ ขั้นแรกของการเปลี่ยนจาก Inward มาเป็น Outward Mindset คือการรู้ตัวว่าในขณะนั้นคุณมองคนอื่นผ่านเลนส์แบบไหน คุณมองผลประโยชน์หรือเป้าหมายของคุณเป็นหลัก หรือมองของส่วนรวมเป็นหลัก เพราะเมื่อรู้แบบนี้แล้วก็จะทำให้ง่ายขึ้นที่จะปรับมุมคิด พลิกมุมมองเพื่อทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน และความสัมพันธ์ของเรากับคนรอบข้างพัฒนาขึ้นตามลำดับ