November 11, 2019

เพิ่ม Soft Skills ในการทำงานสู้กับหุ่นยนต์

อริญญา เถลิงศรี

Chief Capability Officer & Managing Director – SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน

ไม่ใช่ก็ต้องเชื่อว่าในโลกการทำงานปัจจุบัน บางทีการเป็นคนเก่งและมีทักษะทางวิชาชีพหรือ Hard Skills อย่างโดดเด่นแบบที่นายจ้างทั้งหลายชื่นชอบ อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณก้าวสู่ระดับหัวหน้าหรือผู้นำองค์กรได้ ในโลกอนาคตที่จะมีแต่เรื่องของหุ่นยนต์ ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ เราจะดำรงชีวิตต่อไปในโลกยุคดิจิทัลในภายภาคหน้าอย่างไร เราจะต้องมีทักษะอะไรติดตัว เพื่อที่จะรอดพ้นจากยุคหุ่นยนต์แย่งงานมนุษย์

มีหลายเสียงที่ยืนยังและฟันธงว่าการผสาน Soft Skills ด้านต่างๆ เข้าไปในการทำงานจะทำให้คุณไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิมในการทำงานยุคนี้ ที่สำคัญเป็นที่ยอมรับอย่างรอบด้านจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานแบบไม่มีข้อกังขาอีกต่างหาก โดยมีข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของ The Hamilton Project แสดงให้เห็นถึงความคิดเห็นของเหล่านายจ้างในสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทต่างๆ มีความกังวลในคุณสมบัติของพนักงานรุ่นใหม่ที่รับเข้ามาทำงานว่าจะบกพร่องเรื่องทักษะที่จำเป็นในการอยู่ร่วมกันในองค์กร หรือ Soft skill หลายบริษัทจึงให้ความสำคัญกับทักษะด้าน Soft Skill อย่างทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะด้านการเข้าสังคม มากกว่าทักษะวิชาชีพอย่าง ทักษะด้านการคิดคำนวณโดย Soft Skill นี้เองเลยจะกลายเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้นั้นจะมีอนาคตการงานที่ดีหรือไม่ จะถูกจ้างเป็นพนักงานประจำหรือไม่

อาจกล่าวได้ว่า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค “The Fourth Industrial Revolution” หรือ “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีอย่างแท้จริง สิ่งที่น่ากลัวคือ ไม่มีใครต้านทานความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ และจะมีผลทั้งต่อชีวิตผู้คน รูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงตลาดแรงงานที่ในอดีตพึ่งพา “มนุษย์” เป็นหลัก เราเริ่มเห็นบางสายงาน มีการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานมนุษย์ เพื่อทำให้เกิดประสิทธิผลที่ดีกว่าแต่ต้นทุนต่ำลงกว่าเดิม

ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ รวมถึงความรวดเร็วของเครื่องมือสื่อสาร รวมถึงความทันสมัยและความเปลี่ยนแปลงที่ไปเร็วแบบติดจรวด ส่งผลโดยตรงให้ ‘ทักษะการทำงานในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล’ ปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะของคนทำงานในโลกธุรกิจที่ทุกคนต่างต้องปรับตัวกับ เทคโนโลยี นวัตกรรม ต่างๆ ที่รุกเข้ามาทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานเปลี่ยนแปลงไป เป็นเหตุให้มนุษย์เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

และนี่คือทักษะการทำงานที่องค์กรต่างๆ ต้องการและมองหามากที่สุดในปี 2019 นี้ โดยมีฐานข้อมูลประจำปีจากนายจ้างที่มาลงทะเบียนเอาไว้ใน LinkedIn

1. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ความแตกต่างที่ชัดเจนข้อหนึ่งระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์คือความสามารถในการคิดไอเดียใหม่ๆ สร้างสรรค์เรื่องที่ยังไม่เคยมีมาก่อน นี่จะเป็นเหตุผลที่คนเราต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านนี้

2. ความสามารถในการโน้มน้าวชักจูง (Persuasion)

การมีสินค้าและบริการที่ดี มีไอเดียที่ดี ทีแพลตฟอร์มที่ดีจะไม่มีผลอะไรเลย หากเราไม่มีความสามารถในการโน้มน้าวชักจูง ให้คนเข้าใจและสนับสนุนเรา

3. การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)

ไม่ว่างานอะไรก็แล้วแต่ หากจะสร้างสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทุกคนในองค์กรก็ต้องทำงานร่วมกันให้ดีที่สุด ฉะนั้นทักษะการร่วมมือจะช่วยทำให้ ศักยภาพในการทำงานของทีมดีขึ้นด้วย

4. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เราไม่สามารถใช้หนทางแก้ไข หรือโซลูชั่นที่ได้รับการพัฒนามาจากปัญหาหรือความท้าทายในอดีตมาใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ได้ นั่นแปลว่าความพร้อมในเรื่องความสามารถในการปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ

5. การจัดการเวลา (Time Management)

เวลาเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ไหนจะงานนั้น โปรเจคนี้ แถมยังมีประชุมชั่วโมงเว้นชั่วโมง ถ้าคุณจัดลำดับความสำคัญไม่เป็น ก็มีสิทธิ์แพ้คนอื่นได้ง่ายๆ ความสามารถในการทำความเข้าใจว่าอะไรควรทำเมื่อไหร่ คือ survival skills ที่แท้จริง ตำแหน่งไหน ทำงานอะไรก็รอด แปลว่า ใครที่มีทักษะนี้ หมายความว่า สามารถจัดการงานที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี

ทักษะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็น Soft Skills หรือเป็นทักษะที่ใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับคน เป็นกลุ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมและอารมณ์เป็นหลัก ซึ่งจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเราผ่านการฝึกฝนและลงมือทำ นอกจากนั้นยังมีเรื่อง ศักยภาพในการเติบโต (Growth potential) และการลำดับความสำคัญของงาน (Prioritization) ที่หัวหน้างานส่วนใหญ่พิจารณาเวลารับคนเข้าทำงานอีกด้วย แต่แน่นอนว่าเรื่องของ Hard Skills หรือทักษะด้านความรู้ยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถทำงานเป็นทีม รับคำสั่ง และช่วยให้องค์กรไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ก็ยากที่บริษัทจะต้องการตัวคุณ อย่าลืมว่าคนที่เก่งมีอีกมากในท้องตลาด แต่คนที่ทำงานดี หาไม่ได้ง่ายๆ ใน

ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องทักษะ ความรู้ ความสามารถเป็นเรื่องที่เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา เราไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือคอยอัพเดททักษะ ความรู้ของเราให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไปนี้ตลอดเวลา…