October 3, 2019

ขี้สงสัย…นิสัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ

“อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา” เป็นที่รู้จักดีในอีกชื่อคือ “เจ้าหนูจำไม” เด็กน้อยตัวเล็กที่มีลักษณะนิสัยที่ชอบตั้งคำถามตลอดเวลากับคำพูดติดปากว่า “จำไมล่ะ?” หรือแม้แต่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของฉายาไอรอนแมนในชีวิตจริง ก็มีอุปนิสัยดังกล่าวเช่นเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เขาได้สร้างขึ้นนั้นสามารถทำประโยชน์มหาศาลแก่มวลมนุษยชาติ และหากมีใครถาม อีลอน มัสก์ ว่าเขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงสามารถสร้างสรรค์อะไรออกมาได้มากมาย

 

เขาตอบว่ามีอยู่อย่างหนึ่งที่เขาคิดว่าแตกต่างจากคนอื่นคือ เขามี ‘ห่วงโซ่ขี้สงสัย’ (Chained Why) อยู่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เขามีแต้มต่อเมื่อเทียบกับคนทั่วไปในการสร้างสิ่งใหม่ เพราะคำว่า ‘ทำไม’ จะพาเราไปพบกับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพที่ซ่อนเร้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มทักษะรอบด้านของตัวเราที่คนอื่นมองข้ามไปและสุดท้ายเส้นทางนี้จะนำพาเราไปสู่การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

อริญญา เถลิงศรี Chief Capability Officer & Managing Director – SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่าความขี้สงสัย ใคร่รู้เป็นบุคลิกเด่นที่เกี่ยวเนื่องกับการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ คนที่มีความสงสัยใคร่รู้สูง จึงมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ซึ่งส่งผลดีทั้งกับ อาชีพการงานและชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยทำนายความยืนยาวของอายุได้ด้วย

โดยปกติ เด็กแทบจะทุกคนเป็นเด็กขี้สงสัย ถามคำถามนู่นี่นั่นตลอดเวลา ซึ่งนั่นถือเป็นข้อดี แต่พอเราโตขึ้น มีเรื่องราวและประสบการณ์มากมาย เราเริ่มไม่กล้าถาม กลัวคนอื่นคิดว่าคำถามเราจะดูโง่ กลัวคนอื่นมองว่าเราไม่เก่ง ไม่ดีพอ เกรงจะเสียฟอร์ม เสียหน้า โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งสูงๆ หรือคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ โดยหารู้ไม่ว่าการตั้งคำถาม กับความสงสัยของเรานี่เองที่เป็นเคล็ดลับไปสู่ความสำเร็จ สู่การหาคำตอบ สู่วิธีการแก้ปัญหา และสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

“ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคดิจิตอล (Digital Age) อย่างเต็มภาคภูมิ ลองสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวเราล้วนเปลี่ยนไปเป็นดิจิตอลทั้งสิ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือแม้ไลฟ์สไตล์ของเราก็ถูกผลกระทบนี้เช่นเดียวกันทำให้การทำธุรกิจต้องปรับทั้งกระบวนทัพทางความคิดและวิธีการในการบริหารจัดการใหม่ตลอดเวลา เพื่อให้ตอบสนองทันต่อความต้องการที่หลากหลายและรวดเร็วของลูกค้า และเมื่อธุรกิจเปลี่ยนแนวทาง ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดในการขับเคลื่อนองค์กรให้ทันเกม รวมถึงมนุษย์เงินเดือนและเหล่าฟรีแลนซ์ก็ต้องปรับตัว ติดสปีด และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่เพื่อให้ทันกับอัตราการวิ่งของโลก แต่ต้องติดจรวดความรู้ให้ก้าวนำหน้าโลกอยู่ตลอดเวลา”

ซึ่ง SEAC ได้ถอดรหัสสูตรสำเร็จของผู้นำแบรนด์ชั้นนำระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Amazon, Grab, Alibaba, Haier หรือ LinkedIn เป็นต้น ออกเป็น 5 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

· ผู้นำองค์กรต้องเป็นผู้ที่ไม่หยุดสงสัย และกระตุ้นให้คนในองค์กรเกิดความสงสัย ใคร่รู้ และกระหายที่จะเรียนรู้ในการหาวิธี หรือกลยุทธ์ เพื่อสร้างโอกาสและเส้นทางในการทำธุรกิจ โดยรูปแบบการเรียนรู้ไม่ได้กำจัดอยู่แค่การระดมความคิด (Brainstorm) แต่ผู้นำต้องกระตุ้นให้คนในองค์กรเกิดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง อาทิ การอ่านและการฟัง ด้วยการเรียนรู้หรือ หาสาระความรู้อื่นๆ นอกจากเนื้อหาของงาน อย่างบทความหรือคอร์สเรียนแบบออนไลน์ เพียงวันละ 8-12 นาทีก็ได้ ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอเพื่อนใหม่ๆ หรือพัฒนาคอมมิวนิตี้ใหม่ๆ เพราะความเชื่อที่ว่ายิ่งเราได้มีเพื่อนใหม่เยอะๆ เราจะสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ใหม่ๆ ได้นั้นเอง นอกจากนี้ การเรียนรู้ยังสามารถเกิดได้จากความล้มเหลวที่ผ่านมา หรือการบริหารความเสี่ยง สุดท้ายคือสร้างเป็นวงจรการสงสัยและเพิ่มการเรียนรู้ นั่นคือ ความสำเร็จของผู้นำแบบ Inspiring Curiosity

· ผู้นำต้องรู้สึกอยากรู้และวิเคราะห์ข้อมูลอยู่ตลอด เพื่อหาบทสรุปการทำงานหรือกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจร่วมกันกับทีมงาน หรือ คนในองค์กร ซึ่งในทุกครั้งผู้นำองค์กรที่ดีต้องรับข้อมูล หาข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ความสำคัญ กระตุ้นให้คนองค์กรแบ่งปันความคิด เพื่อจุดหมายเดียวกันทั้งองค์กร

· ผู้นำที่ดีต้องมีความสัมพันธ์ในทางบวกกับเทคโนโลยีใหม่ หมายถึง แม้ปัจจุบันเราอยู่ในช่วง Digital age ซึ่งเป็นธรรมดาที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมามากมาย จนทำให้หลายๆ องค์กรต้องอัพเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตลอดเวลา แต่ผู้นำต้องศึกษาและเข้าใจ เพื่อส่งต่อให้คนในองค์กรได้เข้าใจว่าแต่ละเทคโนโลยีเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการอย่างไร และเป็นประโยชน์ต่อคนให้องค์กรอย่างไร ดังนั้น องค์กรที่ต้องการปรับตัวจึงต้องใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ควบคู่กับเทคโนโลยีเพื่อออกแบบและสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้

· ทุกวันนี้ การทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยมีผลวิจัยระบุว่าทุกวันนี้ถ้าเราทำงานเพื่อที่จะได้ผลสำเร็จ เราต้องใช้สปีดที่ไวขึ้นกว่าเดิม 40% เพื่อให้ไปถึงจุดเป้าหมาย ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง นำพาคนในองค์กรให้เกิดการเข้าใจ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา

· สิ่งที่ทุกองค์กรกำลังเผชิญอยู่ คือ การผสมของคนหลายเจนเนอเรชั่น โดยเฉพาะเจนเนอเรชั่น ซี (The C generation) ซึ่งไม่ได้ถูกแบ่งหรือจำกัดด้วยเรื่องของอายุแต่ด้วยเรื่องของพฤติกรรมที่ชื่นชอบในการค้นหาข้อมูล และเสพดิจิตอลเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องเข้าใจลักษณะและพฤติกรรมของคนในองค์กรแต่ละเจนเนอเรชั่น ไม่นำตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ต้องปรับทัศนคติ มุมมองความคิด เพื่อให้รู้ว่าแต่ละเจนเนอเรชั่นกำลังคิดอะไร ต้องการอะไร และมีความสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน

ซึ่งหากนำผลจากการศึกษานี้มาดู จะทำให้เราสามารถถอดรหัสการทำธุรกิจของผู้บริหารชื่อดังได้อย่างเช่น

แจ็ค หม่า (Jack Ma)

ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร กลุ่มอาลีบาบา ผู้นำนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ทุกครั้งจะเริ่มต้องจากการรับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด เพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าในตลาด รวมทั้งเชิญชวนคนเก่งๆ มาทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับสังคมการทำงาน และหารูปแบบผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาดที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด

จาง รุ่ย หมิน (Zhang Ruimin)

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Haier Group หรือที่เป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้ปฏิวัติตัวตนแห่งไฮเออร์” จากผลงานที่เขาพลิกเกมธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ โดยเน้นการกระตุ้นคนในองค์กรให้เกิดความสงสัยอยากรู้ จนนำไปสู่การศึกษาข้อมูลต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ การเซตทีมขนาดเล็ก ที่สามารถบริหารการทำงานของตนเองได้ ทำให้เกิดความคล่องตัว เพื่อให้คิดโจทย์และแผนธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos)

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Amazon เน้นให้คนในองค์กรเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และเสนอความคิดเห็นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าตลอดเวลา และเช่นเดียวกับผู้ก่อตั้ง LinkedIn อย่าง เรด ฮอฟแมน (Reid Hoffman) ที่สนับสนุนให้คนในองค์กรมีความสุดขั้วทางความคิดที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้คนในองค์กรกระหายการเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เปิดโลกแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้แล้วกับ SEAC พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ตลอดชีวิตกับ YourNextU โมเดลการเรียนรู้แบบ Blended Learning ที่ให้คุณเรียนรู้ในรูปแบบไม่มีลิมิต (Unlimited) ตั้งแต่วันนี้ ที่ www.yournextu.com

เรื่อง : อนุสรา ทองอุไร