October 20, 2017

ทำไม C-level ต้องสนใจนวัตกรรมและคู่แข่งที่มองไม่เห็น

ลืมไปได้เลยกับการคิดวนเวียนอยู่กับการวิเคราะห์ 5Forces, PESTEL หรือ 4P’s ที่ใช้กันทั่วโลก เพราะวันนี้สิ่งที่คุณกำลังแข่งอยู่ด้วยนั้น ไม่ใช่คู่แข่งที่ขายของแบบเดียวกับคุณแล้ว แต่เป็นคู่แข่งที่มองไม่เห็นต่างหาก

 

ธุรกิจสิ่งพิมพ์ไม่ได้แข่งกันเองระหว่าง ไทยรัฐหรือเดลินิวส์ แล้ว แต่พวกเขากำลังแข่งกับ FACEBOOK ที่เป็นแหล่งข่าวที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของข่าว

 

ธุรกิจค้าปลีกไม่ได้แข่งกันเองระหว่าง บิ้กซี โลตัสหรือแม็คโคร แต่พวกเขากำลังแข่งกับ ALIBABA, EBAY หรืออื่นๆ ที่เป็นแหล่งค้าปลีกที่ตัวเองไม่ต้องมีคลังสินค้า

 

ธุรกิจรถยนต์แทกซี่ไม่ได้แข่งกันเองระหว่าง อู่นั้นหรืออู่นี้ แต่พวกเขากำลังแข่งกับ UBER ที่เป็นธุรกิจรถโดยสารที่ตัวเองไม่ได้มีกรรมสิทธิ์รถยนต์

หลังจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในประเทศไทยกว่า 30 ท่านได้เข้าร่วมโปรแกรม Leading in a Disruptive World รุ่นที่ 2 ที่ Silicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา [คลิ้กเพื่อชมภาพบรรยากาศ] ทำให้เราได้รู้ว่า ผู้บริหารขององค์กรในปัจจุบันมีความตระหนักในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงบนโลกดิสรับชันกับคู่แข่งที่มองไม่เห็นมากขนาดไหน แล้วทำไมพวกเขาต้องแสวงหานวัตกรรมเพื่อให้เกิดขึ้นในองค์กรให้ได้

“เราทำธุรกิจอาหารที่ไม่ได้แข่งแค่คู่แข่งที่เป็นร้านอาหารอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีแอพพลิเคชันเกิดใหม่ที่ทำให้ร้านอาหารรายเล็กๆ กลายเป็นรายใหญ่ๆ ได้” – วิทูร-กำธร ศิลาอ่อน (ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ของ S&P Syndicate Public Company Limited)

“ปัจจุบันมีหมากฝรั่งหรือสิ่งที่ชูกำลังในรูปแบบอื่นๆ เข้ามา ซึ่งเราไม่ได้แข่งกับคู่แข่งรายเดิมอีกต่อไป” – ขจรศักดิ์ เปลี่ยนสกุล และ วรรณวิมล โชติพืช (ผู้บริหาร T.C. Pharmaceutical Industries Company Limited)

เราค้นพบว่าบนโลกดิสรับชันทำให้เกิดคู่แข่งที่มองไม่เห็นมากมาย และบริษัทใหญ่ๆ หลายรายก็ตั้งตัวไม่ทันและรับมือไม่ได้จนกระทั่งต้องล้มละลายก็มีตัวอย่างให้เห็นมาเยอะแยะ ในทางกลับกัน บางองค์กรที่เคยเป็นคู่แข่งกัน ปัจจุบันต่างหันหน้ามาร่วมมือกันเพื่อป้องกันการถูกดิสรับกันแล้ว เช่น LG เป็นพาร์ทเนอร์กับ Apple, Google และ Microsoft เพื่อผลิตหน้าจอที่โค้งงอได้ เป็นต้น

เมื่อทฤษฎียุคก่อน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกวันนี้ นวัตกรรมเท่านั้นที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหากับคู่แข่งที่มองไม่เห็น เพราะตราบใดที่เราเข้าใจนวัตกรรม เข้าใจผู้บริโภค คิดก่อนทำก่อน เราก็จะสามารถป้องกันคู่แข่งที่มองไม่เห็นได้

หลักของการสร้างนวัตกรรมได้ มาจากความเข้าใจ ที่ไม่ได้เพียงมาจากการสอบถามหรือสังเกตเท่านั้น แต่ต้องเป็นการสัมผัสการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเพื่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริง แม้ว่าสิ่งที่รับรู้มานั้นไม่ตรงกับสมมติฐานหรือความคิดที่ตั้งไว้แต่แรก แต่เราต้องพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่เสมอ เพราะสิ่งนี้คือแก่นแท้ของผู้บริโภคจริงๆ และนวัตกรรมก็จะตามมา

“นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของพนักงานรุ่นใหม่ องค์กรไทยส่วนใหญ่มีลักษณะ Top-Down แต่นวัตกรรมเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องลงมาทำความเข้าใจกับพนักงานด้วยตนเอง เพราะถ้าเราไม่เป็นแบบอย่าง แล้วเราจะคาดหวังให้คนอื่นทำตามได้อย่างไร” วิทูร-กำธร ศิลาอ่อน (ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ของ S&P Syndicate Public Company Limited)

นวัตกรรมไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในองค์กรเพื่อทำความเข้าใจคนในองค์กรอย่างแท้จริง ดังนั้นแล้วนวัตกรรมจึงยังหมายความครอบคลุมไปถึงเรื่องของ mindset อีกด้วย

หากองค์กรมี mindset ในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมหรือ Innovative culture ทุกคนก็จะพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกและเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า หลายๆ องค์กรเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงานแบบเดิม เริ่มมีการเปิดรับให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นมากขึ้น ชนชั้นตำแหน่งงานยังมีแต่วีธีการทำงานแบบเพื่อนฝูง

เหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามที่ว่า “ทำไม C-level ต้องสนใจนวัตกรรม” ได้ทั้งหมด แต่เพียงพอที่จะสร้างความตระหนักให้ผู้บริหารได้เข้าใจว่า “นวัตกรรมกับคู่แข่งที่มองไม่เห็น” สำคัญขนาดไหน และคุณจะต้องเดินไปทิศทางไหนต่อ

[โปรแกรม Leading in a Disruptive World]

[โปรแกรม Leading Disruptive Innovation through Design Thinking]