เมื่อนึกถึงความเป็นผู้นำ หลายคนอาจจะนึกภาพนึกคนที่เป็นหัวหน้า หรือคนที่มีตำแหน่งใหญ่ เป็นผู้นำในองค์กร ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ หรือมีลูกทีมจำนวนไม่น้อยที่รอคอยการชี้นำ

ในความเป็นจริงทุกคนสามารถที่จะเป็นผู้นำได้ เพียงแต่มีภาวะผู้นำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับชื่อตำแหน่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของชีวิตส่วนตัว หรือในหน้าที่การงาน ทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะมีความเป็นผู้นำ และสวมบทบาทผู้นำ เพื่อพัฒนาตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง รวมไปถึงคนรอบข้างได้

ดีต่อตัวเอง

ความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเรา ใครที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน สิ่งที่จำเป็นต้องมี  คือความมุ่งมั่นที่จะไปสู่เป้าหมาย และรู้จักการริเริ่มด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณเป็น self-starter ที่สามารถลงมือทำสิ่งต่างๆได้ทันที

คุณสร้างจุดมุ่งหมายที่จะเริ่มพัฒนาตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยการสร้างวินัยง่ายๆ เช่นการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เริ่มทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ หรือตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้ตัวเอง ไปจนถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น soft skills หรือทักษะเฉพาะทางที่จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาตัวเองเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของคุณ

สำหรับการทำงานในยุค disruption การเปิดมุมมอง รับความรู้ใหม่ๆ จะทำให้คุณได้เปรียบจากการเป็นคนที่ proactive กว่าคนอื่นๆอยู่เสมอ

ดีต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

เส้นทางสู่ความสำเร็จหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา การที่คุณมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเอง จะช่วยให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างโดยเฉพาะคนที่คุณต้องปฏิสัมพันธ์ด้วยบ่อยๆ เช่น เพื่อนร่วมงาน เป็นไปในทิศทางบวก

วิธีการมอง หรือ mindset ของคุณที่มีต่อสิ่งต่างๆ เมื่อมี Self-Leadership จะทำให้คุณสามารถสร้างจุดมุ่งหมายหรือ purpose ให้กับชีวิตได้ ไม่เพียงเฉพาะแต่ในเรื่องงาน เมื่อสามารถสั่งตัวเองและเริ่มต้นเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น หรือทำให้ตัวเองยึดตึดกับการรอคอยการชี้นำ

จุดนี้จะทำให้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความเป็นผู้นำในตัวคุณ แม้คุณไม่ใช่คนที่ออกคำสั่งหรือมีตำแหน่งหัวหน้าใดๆ แต่เป็นจากความมุ่งมั่นในการสร้างจุดหมายและค้นหาตัวเองอยู่เสมอ และไม่โทษสิ่งแวดล้อมหรือรอให้ใครต้องบอกว่าคุณต้องพัฒนาตัวเองในจุดไหนบ้าง

ดีต่อการทำงานเป็นทีม

ถ้าคุณเคยอยู่ในสถานการณ์ที่คนแค่ไม่กี่คน ส่งต่อพลังในด้านลบ แต่กลับพาคนในทีมกระทบกันไปหมด และพากันหมดกำลังใจ และสับสนกับเป้าหมายการทำงาน Self-Leadership คือภูมิคุ้มกันไม่ให้ motivation ของคุณและทีมหายไป และจะเป็นสิ่งที่ทำให้เป้าหมายไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ยังคงชัดเจนอยู่เสมอ

คนที่มีทั้งแรงบันดาลใจและความมั่นใจที่จะส่งต่อให้กับทีม ย่อมเป็นคนที่ทุกคนอยากจะร่วมงานด้วยและทำงานด้วยได้อย่างสบายใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นในฐานะ manager หรือ supervisor ถ้าคุณคือส่วนหนึ่งของทีมก็สามารถที่จะมีส่วนในการสร้าง motivation ให้กับเพื่อนร่วมทีมหรือกระทั่งหัวหน้าของคุณเองได้

เมื่อเจออุปสรรคที่เกิดจากการทำงานไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ หรือความคิดต่อต้านจากคนที่ไม่เห็นด้วย Self-leadership จะทำให้คุณสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและร่วมมือกันแก้ไขปัญหากับคนอื่นได้ การมองภาพรวม และไม่มัวแต่โฟกัสกับเฉพาะสิ่งแรกที่ได้รับมอบหมายจนไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง แต่ทำความเข้าใจสถานการณ์เพื่อให้พร้อมปรับเปลี่ยนแผนเสมอ