สิงหาคม 18, 2020

เปลี่ยนมุมมองของคุณเพื่อไขว่คว้าโอกาสใหม่

อ้าแขนรับเอาท์เวิร์ด มายด์เซต (Outward Mindset) เพื่อเปิดประตูสู่ไอเดียใหม่ ๆ และการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มุ่งหน้าสู่โอกาสที่คุณไม่เคยได้พบมาก่อน

 

แม้ว่าประเทศไทยจะรับมือการระบาดของโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหนีความไม่แน่นอนและการเกิดขึ้นของแนวทางใหม่ (disruption) ในอนาคตได้ ปัจจุบัน องค์กรหลาย ๆ แห่งยังต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากอุปสรรคต่าง ๆ ที่ดาหน้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

 

โลกนี้ไม่มีสูตรสำเร็จหรือสูตรลับที่จะช่วยพาเราก้าวข้ามวิกฤตการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่รอเราอยู่ในอนาคตได้

 

ทางออกเดียวที่มีคือต้องเลื่อนไหลไปตามการเปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและองค์กร

 

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่ใครก็รับมือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่ต่างก็มีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ความหมายของการเปลี่ยนแปลงเองก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ท้ายที่สุด ความสับสนไร้ระเบียบจะถือกำเนิดขึ้นและธุรกิจก็อาจต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

 

ท่ามกลางวิกฤตการณ์และการเปลี่ยนแปลง ทางเดียวที่จะอยู่รอดได้คือมองหาโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ การสร้างนวัตกรรมอาจเป็นหนึ่งในคำตอบ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงกรอบวิธีคิดของคุณเองและการเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ

 

โอกาสใหม่ ๆ ในวิกฤตการณ์นั้นไม่ได้เกิดจากสิ่งที่มีคนเคยทำมาแล้วและเราสามารถทำได้ หากแต่เราต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้อื่นกำลังทำอยู่และค้นหาหนทางแก้ปัญหาของเราเอง ถึงแม้ว่านวัตกรรมจะเป็นสิ่งจำเป็นในการค้นหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ขั้นแรกที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงมุมมองของเราเอง

 

การเปลี่ยนแปลงมุมมองของเราจะก่อให้เกิดผลลัพธ์สามประการ:

 

ประการแรก มันช่วยให้เราค้นพบข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เพราะเราสามารถมองเห็นได้ไกลกว่าแค่ประสบการณ์ของเราเอง ประการที่สอง มันก่อให้เกิดพื้นที่ที่ปลอดภัยในการเสนอความคิดใหม่ ๆ ของคนอื่น ๆ ในองค์กร ซึ่งกลุ่มก้อนความคิดเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นโอกาสใหม่ ๆ ได้ ประการสุดท้าย เราจะติดนิสัยที่เชื่อว่ามุมมองของผู้อื่นก็มีคุณค่าพอ ๆ กับความคิดความเชื่อของเราเอง ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจและเชื่อมต่อกับผู้คนและลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น

 

แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้ถือกำเนิดขึ้นที่สถาบันอาร์บิงเจอร์ (The Arbinger Institute) โดยตั้งอยู่บนแนวคิดเรื่องเอาท์เวิร์ด มายด์เซต (Outward Mindset) ที่ได้รับการเสนอครั้งแรกโดยดอกเตอร์ซี เทอร์รี วอร์เนอร์ (Dr. C Terry Warner) เราทุกคนต่างก็มีทั้งอินเวิร์ด มายด์เซต (Inward Mindset) และเอาท์เวิร์ด มายด์เซตอยู่ในตัวกันทั้งนั้น กรอบวิธีคิดทั้งสองอย่างนี้จะเกิดขึ้นสลับกันไปมาในหัวของเราตามแต่สถานการณ์ ประสบการณ์และสภาวะจิตใจในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของเราคือค่อย ๆ พัฒนาให้กรอบวิธีคิดของเรามุ่งเน้นไปที่คนรอบตัวมากขึ้นทุกวัน หมายความว่าเราต้องมองเห็นผู้อื่นเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการและความฝัน มองเห็นพวกเขาในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่อุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เราประสบความสำเร็จ

 

ที่สำคัญ เราต้องเรียนรู้ที่จะเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้น เพื่อให้เราคิดถึงผู้คนรอบตัวมากขึ้น

 

เราต่างก็จดจ่ออยู่กับประสบการณ์และข้อจำกัดในใจของเราเองจนรับรู้แต่เพียงความจริงในแบบของเราเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ในโลกนี้มีมุมมองมากมายต่อหนึ่งสถานการณ์ เอาท์เวิร์ด มายด์เซตจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้มุมมองของเราต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเปิดกว้างมากขึ้น

 

มีบทเรียนมากมายจากเอาท์เวิร์ด มายด์เซตที่เราสามารถเรียนรู้และนำไปปรับขยายมุมมองของเราให้กว้างมากขึ้น

หมั่นพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเอง

 

หากไม่มีการตระหนักรู้ในตนเองแล้ว เราจะไม่สามารถเข้าใจตัวเราเองและสิ่งที่เราควรปรับเปลี่ยนได้ เราจะไม่เข้าใจประสบการณ์ของเราเอง นอกจากนี้ การตระหนักรู้ในตัวเองยังช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองได้อย่างยั่งยืน เพราะการหลงกลับไปสู่วิธีคิดแบบเดิม ๆ ของเรานั้นเป็นเรื่องที่เกิดได้บ่อยครั้ง

 

ฝึกฝนการฟังเชิงรุก

 

แม้ว่าการฟังจะเป็นความสามารถที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่การฟังเชิงรุกนั้นอาจเป็นทักษะที่หลาย ๆ คนยังทำได้ไม่ดีพอ การฟังเชิงรุกคือการตั้งใจจดจ่อกับผู้พูดอย่างเต็มที่และใช้เวลาและความคิดไปกับสิ่งที่พวกเขากำลังพูดอย่างแท้จริง รวมถึงพยายามเข้าใจความหมายต่าง ๆ ที่อาจสื่อออกมาผ่านน้ำเสียงหรือกิริยาท่าทาง

 

ก้าวออกจากพื้นที่แห่งความสบายใจของคุณและเปิดรับสถานการณ์ใหม่ ๆ

 

พยายามเปลี่ยนแปลงมุมมองจนติดเป็นนิสัย หลังจากเวลาผ่านไปประมาณหนึ่ง คุณอาจสังเกตเห็นว่าตัวคุณเองเริ่มเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และเลิกปิดกั้นตัวเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความไม่สบายใจเวลาต้องทำสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคย

 

ทำให้การเปิดกว้างและเอาท์เวิร์ด มายด์เซตเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

 

ท้ายที่สุดแล้ว องค์กรจะไม่สามารถเปิดประตูสู่โอกาสที่ใหญ่ขึ้นได้หากมีพนักงานเพียงไม่กี่คนที่พยายามเปลี่ยนแปลงมุมมองของตัวเองอย่างจริงจัง

 

การเปิดกว้างต่อมุมมองใหม่ ๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปิดกั้นตัวเองจากประสบการณ์ในอดีตและไม่รับฟังสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์ของคุณเอง แม้ว่าจะฟังดูเป็นเรื่องในอุดมคติไปบ้าง แต่การเปิดรับหรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองและคนรอบตัวคุณนั้นจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้มากขึ้น มันคือการตั้งคำถามกับความเชื่อดั้งเดิมของคุณเองและเปิดรับไอเดียใหม่ที่ยังไม่เคยลองทำมาก่อน ไอเดียนั้นอาจจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จแล้วกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาก็ได้ คำถามที่แท้จริงคือเราพร้อมจะลองเสี่ยงและลงมือพยายามดูสักตั้งหรือไม่