ตุลาคม 24, 2017

นวัตกรรมกำลังทำลายล้างญี่ปุ่น

ในขณะที่ฝั่งซิลิคอนวัลเลย์มีหุ่นยนต์ “K-5” ที่ช่วยในการตรวจตราความปลอดภัย

ทางฝั่งญี่ปุ่นก็มีหุ่นยนต์เหมือนกันนะ!

“Pepper” หุ่นยนต์มากความสามารถจาก SoftBank สามารถทำหน้าที่ช่วยขายของ ดูแลคนชรา หรือ จะช่วยสวดมนต์ให้ฟัง และมีให้เห็นตามแหล่งช้อปปิ้งในเมืองกันแล้ว

ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้น หลายๆ คนต่างคาดการณ์ไปต่างๆ นานาว่า หุ่นยนต์หรือเอไอ จะเข้ามาแย่งงานคน ที่ร้ายไปกว่านั้น การแย่งชิงคนเก่งในวงการไอทีก็ดูจะยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ปัจจุบันวิศวกรไอทีญี่ปุ่นต่างถูกดึงตัวไปทำงานต่างแดนมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และไทย เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างต้องการบุคลากรที่สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร และพร้อมให้สวัสดิการที่ดึงดูดพนักงานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ความยืดหยุ่นและสภาพแวดล้อม ในขณะที่ญี่ปุ่นเอง ต้องจ้างชาวต่างชาติเจ้ามาชดเชย แต่ก็ต้องสู้กับค่าแรงที่สูงขึ้นตามเช่นกัน

นอกจากนั้นแล้ว ด้วยความสะดวกสบายจากผลของนวัตกรรมที่เกิดขึ้น ญี่ปุ่นก็กำลังประสบปัญหาการขาดผู้สืบทอดกิจการ (Successor)ด้วย เพราะลูกหลานส่วนใหญ่อยากทำงานบริษัทที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า มากกว่าที่จะสานต่อกิจการของพ่อแม่

ประเทศไทยมีโครงสร้างประชากรไม่แตกต่างจากญี่ปุ่นซักเท่าไรนัก เพราะในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ เรากำลังจะเป็นประเทศผู้สูงอายุเหมือนอย่างประเทศญี่ปุ่น เพราะมีอัตราการเกิดของประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณคนเก่งของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติอื่นๆ เลย

เมื่อเห็นประเทศแม่แบบอย่างญี่ปุ่นแล้ว คงถึงเวลาแล้วที่เราจะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพไม่ให้ถูกหุ่นยนต์แทนที่ หรือ การปลูกฝังค่านิยมใหม่ให้กับรุ่นลูกหลาน เป็นต้น