กรกฎาคม 16, 2020

NEW MINDSET NEW RESULTS! รีเซ็ทชีวิตตัวเองให้คุณเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ปีใหม่แล้ว หลายคนคงคิดอยากหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม เริ่มมองหาหนังสือพัฒนาตนเอง ศึกษาข้อคิดและเคล็ดลับของบุคคลที่ประสบความสำเร็จจาก YouTube เสิร์ชหา Quote สร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตนเอง แท้จริงแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นักพูด หรือสื่อพัฒนาตนเองมากมายล้วนโยงเพื่อเน้นย้ำถึงเรื่องเดียวกันนั้นเรียกว่า Mindset ทั้งหมดล้วนเน้นย้ำการกำหนดทิศทางของชีวิตด้วย “กรอบวิธีคิด” ทั้งนั้น

อริญญา เถลิงศรี Chief Capability Officer & Managing Director – SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่าเมื่อพูดถึง Mindset หรือกรอบวิธีคิด แค่คำเดียวก็อาจดูเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ยาก เพราะจับต้องไม่ได้ เป็นคำที่ไม่สามารถสื่อความหมายหรือให้ความเข้าใจได้เลย จริงๆ แล้ว กรอบวิธีคิดมีความสำคัญลึกซึ้งกว่านั้น เป็นถึงตัวตัดสินใจว่าชีวิตจะก้าวต่อไปอย่างไร

กล่าวคือทัศนคติ วิธีคิดและความเชื่อของคนแต่ละคน ที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของคนผู้นั้น แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นจาก Mindset ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่เราแสดงออก การพูดจาต่างๆ เพราะ Mindset ขับเคลื่อนพฤติกรรม และพฤติกรรมขับเคลื่อนผลลัพธ์ ดังนั้น เมื่ออยากได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ก็ต้องเริ่มต้นปรับเปลี่ยน Mindset ไปในทางที่ถูกต้องกันก่อนเลย สิ่งนี้แหละที่ขับเคลื่อนทิศทางของชีวิตเราไปจนนาทีสุดท้าย หาก Mindset ดีก็จะส่งผลให้เราตัดสินใจได้ดี ชีวิตก็จะดีขึ้นไปตามลำดับและก้าวต่อไปอย่างมั่นคง หาก Mindset ไม่ดี การตัดสินใจก็แย่ ชีวิตก็จะพังเละเทะได้ง่ายๆ

กรอบวิธีคิดเปรียบเหมือนเลนส์ที่ใช้ในการมองโลก แต่ละคนมีเลนส์หลายสี หลายแบบเยอะแยะแตกต่างต่างกันไปแล้วแต่เราเลือกใส่ ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใส่เลนส์สีดำไปทำงาน เริ่มต้นวันด้วยการมองทุกอย่างลบไปหมด คุณก็จะมีแต่ความคิดว่าวันนี้หัวหน้าจะว่าอะไรอีก ลูกค้าจะมาเยอะอะไรที่สาขาอีก เมื่อคุณเลือกใส่เลนส์นี้ ภาพที่คุณมองก็จะหม่นหมองและมืดไปตลอดทั้งวัน แม้ยังไม่มีใครทำอะไร สีหน้าท่าทางก็จะแสดงอาการหงุดหงิดไปก่อนแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว พูดจาไม่สุภาพ ไม่อ่อนน้อมและพร้อมที่จะเปิดใจพูดคุยกับใคร เพราะ Mindset ขับเคลื่อนวิธีการพูดและพฤติกรรมที่ทำกับเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง ผลที่ตามมาคือ ลูกค้าไม่พึงพอใจ เพื่อนร่วมงานไม่ชอบ เป็นต้น

คนเราไม่อยากได้ผลลัพธ์เดิม ทุกคนอยากดีขึ้น เมื่ออยากได้ผลลัพธ์ใหม่ ก็ต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมมากกว่าสิ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรมนั้น สุดท้ายก็จะรู้สึกท้อแท้และล้มเลิกความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องเริ่มทำคือ การปรับวิธีคิดให้ต่างจากเดิม หลายคนตั้ง New Year Resolution ว่าอยากเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก ตั้งใจจะทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น เพราะในปีที่ผ่านมา เรายังทำได้ไม่ดีพอ หรือรู้สึกว่าเพื่อนยังงี่เง่ากับเรา

ดังนั้น เราจะเปลี่ยนวิธีการพูดของเรา แต่อย่าลืมว่า การจะมีความสัมพันธ์ที่ดีนั้นต้องเริ่มจากเป็นคนฟังที่ดีก่อน ต้องเป็นคนที่ฟังด้วยความเต็มใจและความคิดเชิงบวก หลายคนมีความตั้งใจและกำหนดพฤติกรรมที่จะทำเรียบร้อย แต่พอถึงเวลาจริงๆ ขณะที่เราฟังอีกฝ่ายพูด กลับคิดตลอดเลยว่า ทำไมขี้บ่นขนาดนี้ ทำไมถึงคิดแบบนี้ ซึ่งตรงนี้จะปิดกั้นและทำให้เราไม่อยากฟังอีกฝ่ายสนทนา เมื่อรู้ตัวว่าเราเองมีอาการเช่นนี้ก็ต้องหันกลับมามองตัวเองว่า เหตุผลที่เราไม่อยากฟังเพราะเพื่อนพูดน่าเบื่อและไม่น่าสนใจ เราคิดไปในทางลบตลอดระหว่างเพื่อนพูด เห็นได้ชัดว่าตัวเราไม่ได้อยู่ในวิธีคิดที่เราต้องฟัง ที่เราอยากฟัง

ดังนั้น เมื่อ Mindset กับพฤติกรรมขัดแย้งกัน ท้ายที่สุด Mindset จะชนะ ในที่สุดเราจะทำตามสิ่งที่เราคิด และอีกฝ่ายจะรับรู้จากพฤติกรรมที่เราแสดงออก และตอบกลับมาในลักษณะเดียวกัน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ดีสักดี เพราะมนุษย์ตอบสนองกับ Mindset มากกว่าพฤติกรรม แม้จะพูดดีแค่ไหน แต่หากหน้าตาและการแสดงออกไม่ใช่ ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน คนอื่นจะเชื่อในสิ่งเค้าเห็น และสัมผัสสิ่งนั้นได้มากกว่าคำพูด

กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเป็นคนใหม่ที่มีความสุขอย่างยั่งยืนที่สุด คือ การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีคิดแบบ Outward Mindset คือการมองโลกแบบเห็นคนเป็น “คน”มากขึ้น เห็นคนอื่นเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีความต้องการ มีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือเหมือนเรา หลายครั้งที่คนเราไม่รู้ตัวว่า ตัวเรามักติดอยู่ในกล่องแคบๆ ที่เน้นความต้องการตนเอง เป้าหมายตนเอง ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เผชิญกับความท้าทาย เรามักเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด โดยไม่ได้คิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา มองคนรอบข้างไม่สำคัญเท่าตัวเรา ส่งผลให้เรามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับคนรอบข้าง

สุดท้ายเราไม่สามารถมีความสุขได้ หากโฟกัสแต่ตัวเอง และเห็นคนรอบข้างไม่มีความสุข เรากลับต้องมองว่า เมื่อเค้าพูดไม่น่าสนใจ แล้วเราควรทำอย่างไรเพื่อช่วยให้บทสนทนาของเราสนุกมากขึ้น แลกเปลี่ยนให้อีกคนฟังคุณบ้างไม่ใช่พูดอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อเรามองคนรอบข้างสำคัญ เราจะมองใหม่และเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้มีความสุขไปด้วยกัน การคิดแบบ Outward Mindset ไม่ได้มุ่งให้เปลี่ยนแปลงคนอื่น แต่ให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเราเองก่อน เพื่อประโยชน์ทั้งตัวเองและผู้อื่น

เราสามารถรู้ทันความคิดเราได้ ผ่านการทบทวนและถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าขณะนี้เรารู้สึกนึกคิดอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ขณะที่คุยกับเพื่อนเรารู้สึกอย่างไร รู้สึกเบื่อใช่ไหม เป็นเพราะอะไร อาจเพราะวิธีที่เราคิดกับเพื่อนว่าเพื่อนธรรมดามาก เราเก่งกว่า เราคิดได้ดีกว่าอีก เมื่อรับรู้ว่าตัวเราคิดแบบนี้ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าเพื่อนคนนี้พบเจอคนมีชื่อเสียงมากมาย เป็นคนเก่งด้านนั้นด้านนี้ ประสบความสำเร็จในการทำเรื่องนั้นมาแล้ว พยายามเปลี่ยนความคิดให้มองอีกฝ่ายเท่าเทียมกับเรา มองเห็นว่าอีกฝ่ายก็สำคัญ เห็นเพื่อนบ้านสำคัญ คนในครอบครัวสำคัญ เมื่อวิธีคิดเปลี่ยน เราจะมีใจเปิดรับและฟังอีกฝ่ายได้นานขึ้น อยากฟังเพื่อนคนนี้พูดมากขึ้น สีหน้าแววตาจะมองและตั้งใจฟังด้วยความสนใจจริงๆ และอีกฝ่ายก็จะรู้สึกได้เช่นกัน ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

จะดีกว่าไหม ถ้าเราเห็นผู้อื่นสำคัญเหมือนกับเรา เราไม่สามารถอยู่ในสังคมที่เราสุขอยู่คนเดียวและคนรอบข้างเป็นทุกข์หมด ดังนั้น เมื่อเราฝึก Outward Mindset คนที่จะได้คือตัวเราก่อน เราจะจัดการกับสถานการณ์ต่างๆได้ดี แม้ต้องเผชิญกับภารกิจที่ท้าทาย ถ้าเราเข้าใจผู้อื่นและมีอารมณ์เสถียร จะทำให้คนรอบข้างอารมณ์เสถียรเช่นกัน เราอยากกลับไปที่บ้านเจอสามีภรรยาที่เข้าใจ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากขึ้น ก็เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนมุมมองในการมองโลกทั้งการมองตัวเองและคนรอบข้าง โลกก็ยังคงเป็นโลกใบเดิม คนเดิมๆ สังคมเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ Outward Mindset จะทำให้คุณปรับมุมมองการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในทุกๆ ด้าน เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่วิธีคิด หรือ Mindset