ตุลาคม 4, 2017

โลกเปลี่ยนแล้ว คุณเปลี่ยนหรือยัง

ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์ นับเป็นประเทศที่เป็นอันดับหนึ่งในหลายๆ ด้านในเชิงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ที่หนึ่งของการไร้คอร์รับชัน ที่หนึ่งของประเทศที่น่าลงทุน และขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ไม่มีคนจน (รายได้ต่อหัวประมาณ 1,800,000 บาทต่อปี) ในขณะที่ประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีประมาณ 8.4 ล้านคน

หากเปรียบเทียบเชิงภูมิประเทศ ต้องบอกเลยว่าประเทศสิงคโปร์เองไม่มีแม้แต่น้ำดื่ม เพราะต้องนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ประเทศไทยเราเองเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางบก ทางเรือ หรือ ทางอากาศ แต่วันนี้ประเทศสิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่แซงหน้าซิลิคอนวัลเลย์ในเรื่องของจำนวนคนเก่งด้านสตาร์ทอัพ จากการสำรวจของ Startup Genome

ที่มา : shiokpizza.com

เมื่อไม่นานมานี้ ผมเห็นหลายสำนักข่าวพูดถึงสิงคโปร์ในเรื่องของการนำนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของคน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อพิซซ่าร้อนๆ ผ่านตู้หยอดเหรียญ หรือแม้กระทั่งการอนุญาตให้คนสร้าง QR code ส่วนตัว สำหรับการโอนเงินระหว่างบุคคล ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งตื่นเต้นกับ QR code ผ่านแอพพลิเคชัน

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเราเองยังล้าหลังกว่าเขาอยู่มาก ไม่ใช่เพราะเราไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะเรายังไม่สามารถนำคนให้เปลี่ยนแปลงได้

 

เหตุผลที่ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมาก เพราะ การให้ความสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการไม่มีการกำหนดเงินขั้นต่ำในการลงทุน การถือครองกรรมสิทธิ์และเสรีในการโอนเงินตราต่างประเทศ ทำให้เป็นที่ดึงดูดสำหรับนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก

บทความนี้ไม่ได้จะเสียดสีรัฐบาลเรา แต่กำลังสร้างภาพสะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนจากผู้มีอำนาจมีความสำคัญต่อการนำคนให้เปลี่ยนแปลงเพียงใด

ในวันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว คนต้องเปลี่ยนตาม แต่คนจะเปลี่ยนได้ ก็ต่อเมื่อผู้มีอำนาจให้ความร่วมมือที่จะผลักดันและสร้างการเปลี่ยนแปลง

หากทุกวันนี้ คุณรู้สึกว่าคู่แข่งหรือสภาพแวดล้อมมีความแปลกใหม่ให้คุณรู้สึกตื่นตระหนก นั่นหมายความว่า คุณกำลังถอยตัวเองลงอย่างช้าๆ

ถึงเวลาที่คุณ (ในฐานะผู้มีอำนาจ) ต้องเปลี่ยนแปลงตามโลก ลงมาให้ความสำคัญกับการลงทุนทั้งเรื่องของคนและนวัตกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้